ตอนที่ 2
ก้าวแรกของนักเดินทาง
ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 5,714 ตัวอักษร
เสียงฝีเท้ากระทบถนนดินดังสม่ำเสมอ
*ตึก... ตึก... ตึก...*
โนดิวเดินออกจากเอวาลอร์มาได้เกือบครึ่งวันแล้ว
เมืองที่เคยเป็นทั้งบ้านและกรงขัง ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา
กำแพงเมืองสูงตระหง่านอยู่ด้านหลัง
ยอดหอคอยสีขาวที่เขาเคยมองผ่านหน้าต่างทุกคืน ตอนนี้เหลือเพียงจุดเล็ก ๆ อยู่ไกลสุดขอบฟ้า
โนดิวหันกลับไปมองอีกครั้ง
เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ลาก่อน...เอวาลอร์”
ไม่มีใครมายืนส่ง
ไม่มีเพื่อน
ไม่มีครอบครัวที่รออยู่ตรงประตูเมือง
ไม่มีแม้แต่ใครสักคนที่รู้ว่าเขาออกเดินทางในวันนี้
แต่แปลกดี...
โนดิวกลับรู้สึกว่าตัวเองหายใจได้เต็มปอดกว่าทุกครั้ง
เขาหันกลับมา
แล้วเดินต่อ
---
ตอนแรกทุกอย่างดูง่ายกว่าที่คิด
ถนนสายหลักทอดยาวผ่านทุ่งหญ้า
สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และเนินเขา
มีรถม้าของพ่อค้าเดินทางสวนไปมาเป็นระยะ
โนดิวมองทุกอย่างด้วยความตื่นเต้น
โลกภายนอกเอวาลอร์กว้างกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มาก
แต่ความตื่นเต้นนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เพราะช่วงบ่าย...
ท้องของเขาร้อง
*ครืดดด...*
โนดิวหยุดเดิน
“...”
เขาก้มมองท้องตัวเอง
จากนั้นเปิดถุงผ้า
ขนมปังที่เตรียมมาเหลือเพียงชิ้นเดียว
เขาหยิบขึ้นมากัดคำเล็ก ๆ
เคี้ยวช้า ๆ
“ถ้ากินหมดตอนนี้...”
เขามองถนนที่ยังทอดยาวไปข้างหน้า
“คืนนี้ก็ไม่มีอะไรกินแล้ว”
โนดิววางขนมปังลง
เพิ่งเดินทางออกจากเมืองวันแรก...
เงินก็ไม่มี
อาหารก็ใกล้หมด
อาวุธก็มีเพียงมีดเก่า ๆ
และที่สำคัญที่สุด—
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะหาเงินจากไหน
โนดิวถอนหายใจ
“การเป็นนักผจญภัยนี่มันง่ายตรงไหนวะ...”
---
ช่วงเย็น
โนดิวเดินมาถึงจุดพักรถเล็ก ๆ ริมทาง
มีม้าสองสามตัวผูกอยู่กับรั้วไม้
รถม้าของพ่อค้าจอดเรียงกัน
นักเดินทางนั่งพักอยู่รอบกองไฟ
โนดิวมองอาหารของคนอื่นด้วยสายตาอิจฉาเล็กน้อย
เขาเดินเข้าไปใกล้หญิงชราคนหนึ่งที่กำลังจัดของบนรถม้า
“ขอโทษนะครับ”
หญิงชราหันมามอง
“ว่าไงพ่อหนุ่ม?”
“ที่นี่มีงานอะไรให้ทำบ้างไหมครับ?”
หญิงชรามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
เสื้อผ้าเก่า
รองเท้าสึก
ถุงผ้าใบเล็ก
“นักผจญภัย?”
“ครับ”
“มือใหม่สินะ”
โนดิวพยักหน้า
หญิงชราหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นช่วยข้าขนของขึ้นรถหน่อย”
“ได้ครับ!”
งานแรกของโนดิว...
ไม่ใช่การฆ่ามอนสเตอร์
ไม่ใช่การค้นหาสมบัติ
แต่เป็นการยกถุงแป้ง
ลังผัก
และกล่องสินค้าขึ้นรถม้า
กล่องแล้วกล่องเล่า
ถุงแล้วถุงเล่า
จนแผ่นหลังของเขาแทบหัก
“อีกสองลัง!”
“ครับ!”
“ระวังกล่องนั้น!”
“ครับ!”
*ตุบ!*
โนดิววางลังสุดท้ายลงบนรถ
ก่อนจะทรุดตัวนั่งกับพื้น
หอบหายใจหนัก
หญิงชรายื่นน้ำให้
“เหนื่อยไหม?”
โนดิวรับน้ำมาดื่มรวดเดียวเกือบหมด
“เหนื่อยครับ...”
“แล้วจะยังเป็นนักผจญภัยอยู่ไหม?”
โนดิวมองเธอ
ก่อนหัวเราะ
“ยังครับ”
“ทำไม?”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วตอบ
“เพราะผมไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม”
หญิงชรามองเขาอยู่พักหนึ่ง
ก่อนยิ้ม
เธอยื่นเหรียญทองแดงสองเหรียญให้
“ค่าจ้าง”
โนดิวมองเหรียญในมือ
นิ่งไป
สองเหรียญทองแดง
มันไม่ใช่เงินจำนวนมาก
แต่สำหรับเขา...
มันมีค่ามากกว่านั้น
เพราะมันเป็นเงินก้อนแรกที่เขาได้รับ
จากการทำงานของตัวเอง
ไม่ใช่เงินที่ใครโยนให้
ไม่ใช่เงินสงสาร
ไม่ใช่เศษเหรียญที่ถูกโยนลงพื้นพร้อมคำว่า “ไอ้หนูท่อ”
โนดิวกำเหรียญแน่น
“ขอบคุณครับ”
---
คืนนั้น
เขาไม่ได้เช่าห้องพัก
เพราะไม่อยากเสียเงิน
โนดิวเดินออกจากจุดพักรถไปไม่ไกล ก่อนจะพบกระท่อมไม้เก่าร้างอยู่ข้างถนน
ประตูไม่มี
หน้าต่างแตก
แต่หลังคายังพอใช้ได้
“คืนนี้คงต้องที่นี่แหละ”
เขาก่อไฟเล็ก ๆ หน้ากระท่อม
นั่งกินขนมปังชิ้นสุดท้าย
จากนั้นหยิบแผนที่ออกมา
แสงจากกองไฟสะท้อนบนกระดาษสีดำ
เส้นสีแดงยังคงทอดยาวไปยังจุดหมาย
**หุบเขาเอวาริน**
โนดิวมองมันอย่างครุ่นคิด
“ถ้าแหวนอัคคีมีอยู่จริง...”
เขาใช้นิ้วแตะตำแหน่งบนแผนที่
“ข้าต้องไปที่นี่”
แต่คำถามหนึ่งยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ใครเป็นคนซ่อนกล่องไว้ใต้บ้าน?
ทำไมต้องเป็นบ้านของเขา?
แล้วทำไมต้องเป็นเขา?
โนดิวหยิบเหรียญสีดำขึ้นมาดู
มันยังคงเย็นเหมือนเดิม
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีเปลวไฟ
ไม่มีเวทมนตร์
ไม่มีคำตอบ
“เจ้าคืออะไรกันแน่...”
เขาพึมพำ
ก่อนเก็บเหรียญกลับลงกระเป๋า
คืนนี้เขายังไม่มีคำตอบ
แต่พรุ่งนี้...
เขาจะเดินต่อ
---
สามวันต่อมา
โนดิวเริ่มเข้าใจความจริงข้อหนึ่ง
**การออกจากบ้านไม่ได้หมายความว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นทันที**
เขาต้องเดินหลายชั่วโมงต่อวัน
บางคืนไม่มีที่นอน
บางวันต้องประหยัดอาหาร
บางครั้งต้องหลบฝนใต้ต้นไม้
และงานที่หาได้ส่วนใหญ่ก็เป็นงานเล็ก ๆ
ช่วยขนของ
ตัดกิ่งไม้
เก็บสมุนไพรริมทาง
นำของไปส่งให้หมู่บ้านใกล้เคียง
แต่ทุกครั้งที่ได้รับเงิน...
โนดิวจะเก็บมันไว้อย่างระมัดระวัง
เหรียญทองแดงเพิ่มขึ้นทีละเหรียญ
ทีละเหรียญ
จนในที่สุด...
เขาก็มองเห็นกำแพงหินขนาดใหญ่ตรงหน้า
เสียงผู้คนดังมาจากด้านใน
รถม้าหลายคันกำลังต่อแถวอยู่หน้าประตู
เหนือประตูเมืองมีป้ายขนาดใหญ่
เขียนว่า
# **เรนดัล**
เมืองชายแดน
โนดิวยืนมองด้วยความตื่นเต้น
“ในที่สุด...”
เขายิ้ม
“ก็มาถึงจนได้”
---
เรนดัลต่างจากเอวาลอร์โดยสิ้นเชิง
ที่นี่ไม่มีเขตชั้นสูงที่แยกออกจากเขตสลัมอย่างชัดเจน
ผู้คนหลายชนชั้นเดินปะปนกัน
พ่อค้า
นักเดินทาง
ทหารรับจ้าง
นักผจญภัย
คนจากเผ่าต่าง ๆ
ทุกคนเดินผ่านถนนสายเดียวกัน
โนดิวมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ
“ที่นี่...”
เขาพึมพำ
“ไม่มีใครรู้จักข้า”
เป็นความรู้สึกแปลกประหลาด
ไม่มีใครเรียกเขาว่า “หนูท่อ”
ไม่มีใครรู้ว่าเขามาจากไหน
ไม่มีใครสนใจว่าเขาเกิดในสลัม
ที่นี่...
เขาเป็นเพียงนักเดินทางคนหนึ่ง
และนั่นก็เพียงพอแล้ว
---
ขณะที่โนดิวกำลังเดินผ่านตลาด
เสียงล้อรถม้าดังขึ้นจากด้านหลัง
*กึก... กึก... กึก...*
ผู้คนขยับออกจากถนน
ทหารสองคนเดินนำหน้า
ตามด้วยรถม้าสีดำขนาดใหญ่
มันแตกต่างจากรถม้าของพ่อค้าทั่วไป
ไม่มีตราสินค้า
ไม่มีชื่อเจ้าของ
หน้าต่างถูกปิดสนิท
และด้านหลัง...
มีกรงเหล็กขนาดใหญ่ติดอยู่กับรถ
โนดิวชะงัก
“กรง?”
เขามองตามรถม้า
ภายในกรงมืดสนิท
มองแทบไม่เห็นอะไร
แต่ในจังหวะที่รถกำลังผ่านเขาไป...
โนดิวได้ยินเสียงบางอย่าง
*กึก...*
เหมือนโซ่กระทบพื้น
เขาหันไปมอง
ภายในกรง...
มีเงาบางอย่างขยับ
เล็กเกินกว่าจะเป็นผู้ใหญ่
และไม่เหมือนสัตว์ที่เขาเคยเห็น
โนดิวขมวดคิ้ว
“นั่นมัน...”
รถม้าเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้างรถหันมามองโนดิว
สายตาของเขาเย็นชา
โนดิวสบตาเพียงครู่เดียว
ก่อนอีกฝ่ายจะหันกลับไป
รถม้าค่อย ๆ หายเข้าไปในตรอกด้านหนึ่งของเมือง
โนดิวมองตาม
ความรู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นในใจ
เขาไม่รู้ว่าภายในกรงนั้นมีอะไร
ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นกำลังจะไปที่ไหน
และไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรือไม่
แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไป...
เสียงหนึ่งดังแผ่ว ๆ จากด้านหลังรถม้า
*แกร๊ง...*
เสียงโซ่
ตามด้วยเสียงหายใจเบา ๆ
และเสียงที่คล้ายกับ...
**เสียงข่วนกรง**
*ครืด...*
โนดิวหันกลับไปอีกครั้ง
แต่รถม้าหายไปแล้ว
เขายืนอยู่กลางตลาด
มือข้างหนึ่งกำเหรียญทองแดงที่เพิ่งหาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
ส่วนอีกข้าง...
กำถุงผ้าที่ภายในมีแผนที่ของ **หุบเขาเอวาริน**
เขายังไม่รู้ว่าเส้นทางของตัวเองกำลังจะพาไปพบอะไร
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ...
**กรงเหล็กใบนั้นกำลังพาใครบางคนเข้ามาในชีวิตของเขา**
และอีกไม่นาน...
เสียงโซ่ที่เขาได้ยินในวันนี้
จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ไม่มีวันย้อนกลับได้
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel