The Flame Ring : ตำนานหนูท่อ

ตอนที่ 1 · กล่องไม้ใต้พื้นบ้าน

ตอนที่ 1

กล่องไม้ใต้พื้นบ้าน

ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 6,891 ตัวอักษร

ฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย

เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาไม้เก่าดัง *เปาะ...แปะ...เปาะ...แปะ* ท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืน

เมืองเอวาลอร์ยังคงสว่างไสว

แต่แสงสว่างนั้นไม่ได้ส่องถึงทุกคน

ทางตอนเหนือของเมือง คือเขตชั้นสูงที่ถูกล้อมด้วยกำแพงหินสีขาว ถนนปูด้วยหินเรียบสะอาด บ้านเรือนหลังใหญ่ตั้งเรียงรายราวกับเป็นโลกอีกใบหนึ่ง

โคมไฟเวทมนตร์แขวนอยู่ตามถนน

ร้านอาหารราคาแพงยังคงเปิดให้บริการ

เสียงหัวเราะของเหล่าขุนนางและพ่อค้าดังลอดออกมาจากอาคารหรูหรา

ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของเมือง...

คือเขตสลัม

ที่ซึ่งถนนเต็มไปด้วยโคลน

บ้านทำจากไม้เก่า ๆ ต่อกันอย่างลวก ๆ

น้ำฝนไหลลงมาตามร่องถนนและรวมตัวกับน้ำเสียจนเกิดเป็นกลิ่นที่ไม่มีใครอยากจดจำ

ที่นี่คือสถานที่ที่คนชั้นสูงเรียกว่า

**“เขตหนูท่อ”**

และสำหรับคนที่เกิดที่นี่...

คำว่า “หนูท่อ” ไม่ใช่แค่คำเรียก

แต่มันคือคำดูถูก

---

เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินฝ่าฝนกลับบ้าน

เสื้อคลุมเก่าชุ่มไปด้วยน้ำจนหนักอึ้ง

ผมสีดำยุ่งเหยิงเปียกแนบหน้าผาก

เขาเดินก้มหน้า มือข้างหนึ่งถือถุงผ้าใบเล็ก ๆ ที่ข้างในมีขนมปังอยู่เพียงครึ่งก้อน

ชื่อของเขาคือ

**โนดิว เอวาลอร์**

อายุยี่สิบต้น ๆ

ไม่มีนามสกุลใหญ่โต

ไม่มีตระกูลที่มีชื่อเสียง

ไม่มีเงินทอง

และไม่มีใครรู้จักเขาในเขตชั้นสูง

แต่ในเขตสลัม ทุกคนรู้จักเขา

ไม่ใช่เพราะเขาเก่ง

ไม่ใช่เพราะเขาร่ำรวย

แต่เพราะเขาเป็นหนึ่งในเด็กที่เติบโตมากับคำว่า

**“ไอ้หนูท่อ”**

“เฮ้! นั่นมันไอ้หนูท่อนี่หว่า!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านหลัง

โนดิวหยุดเดิน

ชายหนุ่มสามคนในเสื้อผ้าราคาแพงกำลังยืนอยู่ใต้ชายคาของร้านค้า

พวกเขาเพิ่งกลับจากเขตชั้นสูง

หนึ่งในนั้นโยนเหรียญทองแดงลงบนพื้นตรงหน้าโนดิว

*แกร๊ง!*

“เก็บไปสิ”

ชายคนนั้นหัวเราะ

“เห็นเดินถือขนมปังครึ่งก้อนแล้วน่าสงสาร”

โนดิวมองเหรียญบนพื้น

ก่อนจะมองหน้าพวกเขา

“เอาไว้ซื้อขนมให้สุนัขพวกนายเถอะ”

เสียงหัวเราะเงียบลงทันที

ชายคนนั้นขมวดคิ้ว

“แกว่าอะไรนะ?”

โนดิวไม่ตอบ

เขาเดินผ่านไป

“ไอ้หนูท่อ!”

เสียงตะโกนดังไล่หลังมา

“จำที่ของตัวเองไว้ด้วย!”

โนดิวกำหมัดแน่น

เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ

แต่เขาไม่หันกลับไป

เพราะเขารู้ดีว่า...

ถ้าเขาหันกลับไป

คืนนี้คงไม่ได้กลับบ้านง่าย ๆ

---

บ้านของโนดิวอยู่ท้ายเขตสลัม

มันเป็นบ้านไม้หลังเล็กที่เก่าจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม

หลังคารั่วอยู่หลายจุด

พื้นไม้บางแผ่นส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เหยียบ

แต่สำหรับโนดิว...

ที่นี่คือบ้าน

บ้านเพียงแห่งเดียวที่เขามี

เขาวางถุงขนมปังลงบนโต๊ะ

จากนั้นถอดเสื้อคลุมเปียก ๆ แขวนไว้ข้างประตู

“วันนี้ก็เหมือนเดิม...”

เขาพึมพำ

ไม่มีเงิน

ไม่มีงานดี ๆ

ไม่มีอนาคต

และไม่มีทางออกจากเมืองนี้

โนดิวหยิบขนมปังขึ้นมากัดคำหนึ่ง

แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่า

สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

จากหน้าต่างบานเล็ก ๆ เขาสามารถมองเห็นยอดหอคอยของเขตชั้นสูงได้

แสงสีทองส่องประกายอยู่ไกลออกไป

สวยงาม...

แต่ไกลเกินกว่าคนอย่างเขาจะเอื้อมถึง

“ถ้าสักวันหนึ่ง...”

โนดิวพูดกับตัวเองเบา ๆ

“ข้าออกจากที่นี่ได้ก็คงดี”

เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว

แต่ทุกครั้ง...

มันก็จบลงเหมือนเดิม

ด้วยคำว่า

**เป็นไปไม่ได้**

---

คืนนั้นฝนตกหนักขึ้น

ลมพัดแรงจนหน้าต่างสั่น

โนดิวกำลังจะเข้านอน เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง

*กึก...*

เขาหยุด

“...?”

*กึก...กึก...*

เสียงดังมาจากใต้พื้น

โนดิวนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นจึงค่อย ๆ ก้มลง

“อะไรน่ะ?”

เขาเอาหูแนบกับพื้นไม้

*กึก...*

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

ใต้เท้าของเขา

โนดิวขมวดคิ้ว

“หนู?”

เขาหยิบมีดเก่าที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา

แล้วเริ่มงัดแผ่นไม้

*แกร๊ก!*

แผ่นไม้ถูกเปิดออก

ด้านล่างไม่ใช่โพรงหนู

แต่เป็นช่องว่างเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นโดยตั้งใจ

โนดิวใช้มือคลำลงไป

ปลายนิ้วสัมผัสกับบางสิ่ง

แข็ง

เย็น

และเป็นไม้

เขาค่อย ๆ ดึงมันออกมา

กล่องไม้เก่าใบหนึ่งปรากฏขึ้น

“กล่อง?”

มันมีขนาดไม่ใหญ่

พอ ๆ กับหนังสือเล่มหนึ่ง

พื้นผิวของมันเก่าแก่และมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด

แต่สิ่งที่แปลกที่สุดคือ...

**ไม่มีร่องรอยผุพังเลยแม้แต่น้อย**

ทั้งที่พื้นบ้านของเขาเก่าเสียจนบางส่วนแทบพังลงมา

แต่กล่องใบนี้กลับดูราวกับเพิ่งถูกซ่อนไว้ไม่นาน

โนดิวใช้นิ้วปัดฝุ่นออก

และในวินาทีนั้นเอง...

เขาเห็นสัญลักษณ์บนฝากล่อง

เป็นรูป

**วงแหวนหนึ่งวง**

ล้อมรอบด้วย

**เปลวเพลิง**

หัวใจของโนดิวเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

“นี่มัน...อะไร?”

เขาพยายามเปิดฝา

แต่กล่องไม่ขยับ

ไม่มีรูสำหรับกุญแจ

ไม่มีสลัก

ไม่มีสิ่งใดที่บอกว่ามันเปิดอย่างไร

โนดิวลองใช้มีดงัด

ไม่สำเร็จ

ลองกระแทกกับพื้น

ก็ไม่สำเร็จ

“บ้าเอ๊ย...”

เขาถอนหายใจ

ก่อนจะสังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง

ตรงกลางสัญลักษณ์รูปวงแหวนมีร่องเล็ก ๆ

รูปร่างเหมือน...

เหรียญ

โนดิวชะงัก

“เหรียญ?”

เขานึกถึงบางสิ่งที่เพิ่งหยิบออกมาพร้อมกับกล่อง

มืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋า

และหยิบเหรียญสีดำออกมา

เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนไหนที่เหรียญนี้ติดมือมา

พื้นผิวของมันเย็นจัด

ด้านหนึ่งเป็นสัญลักษณ์วงแหวนล้อมด้วยเปลวไฟ

เหมือนกับฝากล่องทุกประการ

โนดิวลองวางมันลงบนร่อง

*คลิก*

เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้น

จากนั้น...

*ครืดดด...*

ฝากล่องเปิดออกเอง

โนดิวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

หัวใจเต้นแรง

ภายในกล่องมีของอยู่เพียงสองสิ่ง

**แผ่นกระดาษสีดำเก่า ๆ หนึ่งแผ่น**

และ

**กระดาษแผ่นเล็กอีกใบหนึ่ง**

เขาหยิบกระดาษใบเล็กขึ้นมา

ตัวหนังสือบนกระดาษซีดจางมาก

แต่ยังสามารถอ่านได้

โนดิวค่อย ๆ อ่านทีละบรรทัด

> **“เปลวเพลิงมิได้เลือกผู้แข็งแกร่งที่สุด”**

เขานิ่งไป

จากนั้นจึงอ่านบรรทัดต่อมา

> **“มันเลือกผู้ที่กล้ายืนหยัด แม้ไม่มีใครยอมรับ”**

โนดิวกำกระดาษแน่น

ประโยคนั้น...

เหมือนกำลังพูดกับเขา

คนที่ไม่มีใครยอมรับ

คนที่ถูกเรียกว่า “หนูท่อ”

เขาอ่านบรรทัดสุดท้าย

> **“จงตามหาแหวนอัคคี ณ สถานที่ซึ่งเปลวเพลิงไม่เคยมอดดับ”**

โนดิวเงียบไปนาน

“แหวนอัคคี...”

ชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

เขาค่อย ๆ คลี่กระดาษสีดำ

และพบว่ามันไม่ใช่กระดาษธรรมดา

มันคือแผนที่

เส้นสีแดงบาง ๆ ลากผ่านภูเขา ป่า และเมืองหลายแห่ง

แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือจุดหมายปลายทาง

ตรงมุมหนึ่งของแผนที่มีอักษรโบราณเขียนเอาไว้

**หุบเขาเอวาริน**

โนดิวจ้องชื่อสถานที่นั้น

เขาเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้าง

สถานที่ที่นักเดินทางไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้

สถานที่ซึ่งเคยเกิดภูเขาไฟปะทุเมื่อหลายสิบปีก่อน

และเป็นพื้นที่ที่มีข่าวลือเรื่องสัตว์ประหลาด

รวมถึง...

สมบัติของอารยธรรมโบราณ

“ใครกัน...ที่เอาของพวกนี้มาซ่อนไว้ใต้บ้านข้า?”

คำถามแรกผุดขึ้นในหัว

จากนั้นคำถามที่สอง

**“ทำไมต้องเป็นบ้านของข้า?”**

โนดิวหันมองไปรอบ ๆ

บ้านหลังนี้เป็นของเขามาตั้งแต่เด็ก

ไม่มีใครเคยพูดถึงกล่องใบนี้

ไม่มีใครเคยบอกว่ามีอะไรอยู่ใต้พื้น

แล้วทำไม...

มันถึงถูกซ่อนอยู่ที่นี่?

เขามองกระดาษอีกครั้ง

คำว่า

**“เปลวเพลิง”**

สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โนดิวรู้สึกว่า...

บางทีโลกภายนอกอาจมีอะไรให้เขาค้นหา

มากกว่าเมืองเอวาลอร์แห่งนี้

เขามองไปยังหน้าต่าง

เมืองยังคงหลับใหล

แสงจากเขตชั้นสูงยังคงส่องประกายอยู่ไกล ๆ

แต่ครั้งนี้...

โนดิวไม่ได้รู้สึกว่ามันน่าอิจฉาอีกแล้ว

เขากลับคิดถึงสถานที่ที่อยู่ไกลออกไป

สถานที่ซึ่งเขาไม่เคยไป

ชีวิตที่เขาไม่เคยมี

และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

โนดิวค่อย ๆ ลุกขึ้น

หยิบเสื้อคลุมตัวเก่ามาวางบนโต๊ะ

ตามด้วยมีด

ถุงผ้า

ขนมปังที่เหลือ

กระติกน้ำ

และแผนที่

“ถ้าข้ายังอยู่ที่นี่...”

เขาพูดกับตัวเอง

“ชีวิตก็คงเหมือนเดิม”

เขามองบ้านเก่า ๆ รอบตัว

จากนั้นหยิบเหรียญสีดำขึ้นมา

กำมันไว้ในมือ

“ข้าไม่รู้ว่าแหวนอัคคีมีอยู่จริงหรือเปล่า”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“แต่ถ้ามันมีจริง...”

ดวงตาของโนดิวเป็นประกาย

“ข้าจะเป็นคนไปหามันเอง”

คืนนั้น...

โนดิวตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง

เขาไม่รู้ว่าโลกภายนอกจะต้อนรับเขาหรือไม่

ไม่รู้ว่าจะมีสัตว์ประหลาดรออยู่ข้างหน้า

ไม่รู้ว่าแผนที่นี้จะนำเขาไปสู่ความตายหรือสมบัติ

และไม่รู้เลยว่า...

การตัดสินใจครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

---

รุ่งเช้า

ประตูบ้านไม้เก่าเปิดออก

โนดิวสะพายถุงขึ้นหลัง

มองบ้านของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย

จากนั้นจึงก้าวออกไป

โดยไม่มีใครในเมืองรู้ว่า...

**“ไอ้หนูท่อ” กำลังจะออกเดินทาง**

และไม่มีใครรู้ว่า...

ปลายทางของเขาคือสถานที่ที่แม้แต่นักผจญภัยก็ยังไม่กล้าเอ่ยชื่อ

โนดิวคลี่แผนที่ออกอีกครั้ง

เส้นสีแดงบนแผนที่ทอดยาวออกจากเอวาลอร์

ผ่านป่า

ผ่านภูเขา

ผ่านดินแดนที่ไม่รู้จัก

ก่อนจะหยุดลงที่จุดหนึ่ง

ตัวอักษรสีดำปรากฏขึ้นชัดเจนกว่าที่เคย

> **หุบเขาเอวาริน**

โนดิวเงยหน้าขึ้น

มองเส้นทางตรงหน้า

แล้วก้าวเดินต่อไป

โดยไม่รู้เลยว่า...

สิ่งที่กำลังรอเขาอยู่ที่ปลายทาง

อาจไม่ใช่เพียง **แหวนอัคคี**

แต่อาจเป็นความลับที่จะเปลี่ยนชะตาของทั้งโลก

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)