ตอนที่ 8
คืนที่ต้องไม่หลับ
ชาลี · 3 ต.ค. 69 · 6,469 ตัวอักษร
เกลือหยาบหนึ่งถุง ริบบิ้นสิบสองเส้นทุกสีที่มี กระดิ่งแมวสามลูกที่ขโมยมาจากคอแมวของร้านขนมปัง (ซึ่งจะคืนพรุ่งนี้) กาแฟหนึ่งกระติก สมุดปกฟ้า และดอกไม้ทับแห้งสีครามที่ยังกระซิบอยู่ในกระเป๋า
ปิ๊ปไล่นับของบนเตียงเป็นรอบที่สี่ แล้วก็ตระหนักว่าไม่มีอะไรในกองนั้นเลยที่รู้แน่ว่าใช้กันการลบคนได้
เธอเขียนโน้ตทิ้งไว้บนหมอน หนูไปค้างบ้านเพื่อน อย่าเพิ่งโกรธ โกรธตอนหนูกลับมาทีเดียวเลย แล้วปีนออกทางหน้าต่างกลม โดยมีคุณกระดุมนั่งมองจากขอบหน้าต่างอย่างไม่เห็นด้วย
ตอนที่เธอหันกลับไปมองอีกที คุณกระดุมไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
คาเซลยืนรออยู่ปากตรอกตอนระฆังสิบตามนัด ด้วยใบหน้าของคนที่ทะเลาะกับตัวเองมาทั้งบ่าย
“ผมมาในฐานะผู้ตรวจการ” เขาพูดก่อนปิ๊ปจะทันทักทาย “ถ้าคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณต้องสัญญาว่าจะเลิกเรื่องนี้”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นล่ะ”
คาเซลไม่ตอบ เขาเปิดฝานาฬิกาพกดู แล้วปิด
ที่ท่าน้ำปลายตรอก บรามนั่งรออยู่ท้ายเรือท้องแบนที่หัวเรือมีรูปปลาตาโต เขายกมือให้ปิ๊ป มองคาเซลตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วขยับไปนั่งให้ห่างเครื่องแบบสีกรมท่าที่สุดเท่าที่เรือลำเล็ก ๆ จะยอม
เมื่อเรือลอดใต้สะพานเก้า บรามเอื้อมมือไปขีดชอล์กบนเสาหินโดยไม่ต้องมอง เป็นรูปนาฬิกาเล็ก ๆ เข็มชี้สามกับสิบเจ็ด คาเซลเห็น แต่ไม่พูดอะไร
บ้านสีเหลืองของฮันนาตรงหัวโค้งยังมีไฟลอดหน้าต่าง
ฮันนาเปิดประตูในชุดนอนกับผ้าคลุมไหล่ ผมสีน้ำตาลแซมเทา ตาบวมเหมือนคนนอนไม่หลับมาหลายคืน เธอมองเด็กสาวที่เคยมาพูดเรื่องประหลาดหน้าบ้าน แล้วมองเครื่องแบบทะเบียนข้างหลัง สีหน้าเปลี่ยนจากเหนื่อยเป็นกลัว
“ผู้ตรวจการชั้นสาม คาเซล ดรูว์” คาเซลยกตราขึ้นให้ดู เสียงสุภาพที่สุดที่ปิ๊ปเคยได้ยินจากเขา “ผมมาเรื่องหนังสือร้องเรียนของคุณครับ ทั้งสี่ฉบับ”
ฮันนานิ่งไป แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาโดยที่ใบหน้าไม่ได้เปลี่ยนเลย
“สี่ฉบับ” เธอพูด “ไม่มีใครเคยมาเลย”
คาเซลไม่ได้โกหก บ่ายนี้เขาไปค้นห้องเอกสารมาแล้ว หนังสือร้องเรียนสี่ฉบับอยู่ครบ ทุกฉบับประทับคำเดียวว่า รับทราบ และถูกเย็บรวมกับแบบฟอร์มสีเทาที่เขาไม่มีสิทธิ์เปิด เขาแค่ไม่ได้บอกทั้งหมด
ห้องด้านในบ้านฮันนามีเตียงสองเตียง
เตียงใหญ่ชิดผนังฝั่งหน้าต่างเป็นของฮันนา อีกเตียงเล็กกว่า แคบกว่า ชิดผนังฝั่งตรงข้าม ปูผ้าลายดอกกุหลาบแดงตึงเปรี๊ยะ ใต้เตียงมีรองเท้าบู๊ตยางคู่เล็กสีเขียว
“ฉันยังเผลอปูมันใหม่ทุกคืน” ฮันนาพูดเบา ๆ “ทั้งที่ไม่มีใครนอน ถ้าคืนไหนไม่ปู ฉันจะนอนไม่หลับเลย”
ปิ๊ปนั่งลงที่ขอบเตียงเล็ก มันยุบลงนิดหนึ่ง เหมือนเคยรับน้ำหนักใครคนหนึ่งทุกคืนมาสิบกว่าปี
เธอหยิบดอกไม้ทับแห้งสีครามออกจากกระเป๋า วางลงบนหมอน
อย่าลืมฉัน ดอกไม้กระซิบ
ฮันนาหันขวับ “เธอได้ยินไหม”
“ได้ยินค่ะ” ปิ๊ปบอก “มันพูดแบบนี้ทั้งวัน”
ฮันนานั่งลงบนเตียงของตัวเอง เหมือนขาไม่มีแรงจะยืนต่อ
คืนนั้นทั้งสี่คนทำทุกอย่างที่คิดออก
ปิ๊ปโรยเกลือเป็นวงรอบเตียงฮันนา ผูกริบบิ้นสีต่าง ๆ ไว้ที่ข้อมือ ข้อเท้า และเสาเตียง แขวนกระดิ่งแมวไว้ที่ประตู คาเซลนั่งเก้าอี้ไม้หน้าประตู หลังตรง นาฬิกาพกกับเข็มทิศวลีวางบนเข่า ส่วนบรามนั่งบนพื้น วาดรูปฮันนาด้วยชอล์กรอบเตียงทีละรูป ฮันนารดน้ำดอกไม้ ฮันนานับเพื่อนบ้าน ฮันนาหัวเราะ ซึ่งตัวจริงบอกว่าไม่ได้หัวเราะแบบนั้นมาหลายปีแล้ว บรามจึงวาดเส้นหยัก ๆ เพิ่มข้างปากให้
ส่วนปิ๊ปคอยชวนฮันนาคุยไม่ให้หลับ เพราะคิดว่าคนที่กำลังเล่าเรื่องตัวเองอยู่ น่าจะลบยากกว่าคนที่หลับ ฮันนาเล่าเรื่องบ้านสีเขียวตรงหัวโค้ง เรื่องเพื่อนบ้านที่เธอนับทุกเช้า สิบเจ็ดหลัง เหลือสิบหก
“มีอีกเรื่อง” ฮันนาพูดขึ้นตอนระฆังตีสอง เสียงแหบ “ทุกเช้าฉันทำอาหารเกินมาหนึ่งที่ ทุกเช้า แล้วก็นั่งมองจานนั้นจนมันเย็น”
ไม่มีใครตอบ
คาเซลก้มหน้ามองนาฬิกา นิ่วหน้าเหมือนประโยคนั้นไปสะกิดอะไรบางอย่างในตัวเขา
ตีสาม ระฆังหอสะพานเก้าตีสามครั้ง
บรามวาดรูปที่สิบสี่เสร็จ วงชอล์กรอบเตียงเกือบปิดสนิท
ตีสามสิบห้า
มีเสียงเคาะประตูหน้าบ้าน
สามครั้ง เบา สุภาพ เหมือนแขกที่มาตามนัด
ไม่มีใครขยับ
ดอกไม้บนหมอนหยุดกระซิบ
แล้วเสียงฝีเท้าก็เดินเข้ามาตามโถง ทั้งที่ไม่มีใครไปเปิดประตู ไม่รีบ ไม่ลังเล ไม่ทำให้พื้นไม้ลั่นแม้แต่แผ่นเดียว กระดิ่งแมวที่ประตูห้องไม่ดังเลยตอนที่มันเปิดออก
ร่างนั้นสูงกว่าคาเซลเล็กน้อย สวมเสื้อโค้ตยาวสีขาวที่สะอาดเกินกว่าจะเดินผ่านเมืองแห่งหมอกกับโคลนมาได้ ใบหน้าซ่อนอยู่หลังหน้ากากกระดาษเรียบ ๆ ไม่มีรูตา ไม่มีปาก เหมือนหน้ากระดาษที่ยังไม่มีใครเขียน
มือข้างหนึ่งถือของยาวสีเงิน รูปร่างเหมือนมีด แต่ไม่มีคม ผิวมันด้านเหมือนยางลบ
ร่างนั้นก้มศีรษะให้ทุกคนในห้องอย่างสุภาพ
“ขออภัยในความไม่สะดวก” เสียงนั้นราบเรียบ นุ่ม และชัดเจนทุกพยางค์ บอกไม่ได้ว่าเป็นเสียงชายหรือหญิง “ข้าพเจ้าจะใช้เวลาไม่นาน ข้าพเจ้าเพียงมาแก้คำผิด”
ปิ๊ปรู้จักเสียงนี้
เสียงที่ออกมาจากเปลวเทียนสีขาวเมื่อเที่ยงวัน
คาเซลลุกขึ้นยืนขวางระหว่างร่างนั้นกับเตียง มือขวายกตราผู้ตรวจการขึ้น นิ้วขาวซีดตรงที่บีบตรา
“ผู้ตรวจการชั้นสาม คาเซล ดรูว์” เขาพูด เสียงไม่สั่น “คุณบุกรุกเคหสถานยามวิกาล กรุณาแสดงหมายคำสั่งและตราประจำตัว”
ร่างนั้นหยุด เอียงหน้ากากเล็กน้อย เหมือนกำลังอ่านเขา
“ได้แน่นอน ผู้ตรวจการดรูว์” มันพูด แล้วพับแขนเสื้อโค้ตขาวขึ้นเผยข้อมือซ้ายด้านใน
ตรงนั้นมีตรา แต่ไม่ใช่ตราแบบที่ปิ๊ปเคยเห็น ไม่มีหมายเลข ไม่มีวงลาย มีแค่วงกลมหมึกเงินว่างเปล่าหนึ่งวง
คาเซลถอยหลังครึ่งก้าว ปิ๊ปไม่เคยเห็นเขากลัวแบบนี้มาก่อน
เข็มทิศวลีบนเก้าอี้หมุนติ้ว แล้วหยุดชี้ตรงไปที่ร่างนั้น สั่นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วร่วงลงนอนแน่นิ่ง
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ” ร่างนั้นพับแขนเสื้อลง แล้วก้าวผ่านคาเซลไปเหมือนเขาเป็นแค่เงาบนผนัง
ฮันนานั่งนิ่งบนเตียง ตาลืมแต่ว่างเปล่า บรามกำชอล์กแน่นจนมันหักคามือ
ตีสามสิบเจ็ด
...สี่
เสียงระฆังครั้งที่สี่ดังขึ้นจากใต้พื้น จากในผนัง จากในกระดูก และร่างนั้นยกยางลบสีเงินขึ้น
ปิ๊ปไม่ได้คิดถึงวลีสักข้อที่คาเซลสอน เธอกระโดดเข้าไปในวงชอล์ก ทุบปลายไม้เท้าลงบนพื้นไม้
“ทุกเส้นที่วาดไว้ ” เสียงเธอแตกพร่า “จับมือกันไว้ อย่าปล่อยใครหลุดไปไหนทั้งนั้น ฟิ้บบะลิบ ได้โปรด”
ภาพชอล์กสิบสี่ภาพรอบเตียงลุกขึ้นจากพื้นไม้
ไม่ได้ลุกเป็นคนเหมือนภาพบนผนังริมคลองคราวก่อน แต่คลายตัวออกเป็นเส้นสีขาวนับร้อย พันกันเป็นตาข่ายฝุ่นชอล์กห่อตัวฮันนาไว้ เหมือนรังไหมที่ทอจากรอยยิ้มของเธอเอง
ยางลบสีเงินปัดผ่านรังไหมนั้น ช้า ๆ เพียงครั้งเดียว
ไม่มีเสียงอะไรเลย
ฝุ่นชอล์กร่วงลงพื้นเป็นผงขาว ฮันนายังนั่งอยู่ตรงนั้น หายใจ มีน้ำตาเปื้อนแก้ม
แต่ข้างหลังเธอ ผนังฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า
เตียงเล็ก ผ้าปูลายกุหลาบ รองเท้าบู๊ตคู่เล็กสีเขียว ไม่อยู่แล้ว พื้นไม้ตรงนั้นไม่มีรอยขาเตียงสักรอย เหมือนห้องนี้มีเตียงเดียวมาตั้งแต่สร้างบ้าน
ดอกไม้ทับแห้งสีครามร่วงลงพื้นตรงที่เคยเป็นหมอน
ร่างนั้นหันมา ก้าวมาหยุดตรงหน้าปิ๊ป ใกล้จนปิ๊ปได้กลิ่นกระดาษใหม่ กลิ่นที่สะอาดเสียจนน่ากลัว แล้วก็ยกปลายยางลบขึ้นแตะแก้มเธอ ตรงที่มีกระ
เสียงดังเอี๊ยดเบา ๆ แบบยางลบถูบนกระดาษเปล่าที่ไม่มีอะไรให้ลบ
ไม่มีอะไรหายไป
หน้ากากกระดาษจ้องลงมานิ่ง ๆ ปิ๊ปรู้สึกได้ว่ามันกำลังพยายามอ่าน เหมือนคนที่เพ่งตัวหนังสือในที่มืด
“เธออ่านไม่ออก” มันพูดในที่สุด เสียงยังสุภาพ แต่ไม่ใช่ความโกรธ
มันฟังเหมือนความ สนใจ
แล้วร่างนั้นก็ก้มศีรษะลาทุกคนอย่างสุภาพเหมือนตอนเข้ามา เดินออกไปตามโถงโดยไม่มีเสียงฝีเท้า ประตูหน้าบ้านปิดเบา ๆ ตามหลัง
ฮันนากะพริบตา มองไปรอบห้องเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันยาว
“ทำไม...” เธอพูดช้า ๆ “ทำไมห้องนี้มันกว้างจัง”
ไม่มีใครตอบเธอได้
บรามนั่งกอดเข่าอยู่ในกองฝุ่นชอล์ก ปิ๊ปคลานไปเก็บดอกไม้ทับแห้งขึ้นมาแนบหู
เงียบ
นานจนเกือบทนไม่ไหว เสียงนั้นจึงกลับมา แผ่วเหมือนคนกระซิบจากอีกฝั่งแม่น้ำ
อย่าลืมฉัน
ปิ๊ปหันไปหาคาเซล
เขายังยืนอยู่ตรงที่เดิม หยิบสมุดบันทึกออกมา จรดปากกาเพื่อเขียนรายงาน เหมือนที่ทำมาทั้งชีวิตทุกครั้งที่มีเรื่องเกิดขึ้น
ตีสามสิบเจ็ดนาที
เขาเขียนได้แค่นั้น
ปลายปากกาสั่นจนจุดหมึกกระจายเป็นดาวเล็ก ๆ บนกระดาษ มือของคนที่จัดทุกอย่างห่างขอบโต๊ะเท่ากันพอดี มือของคนที่เชื่อในทุกบรรทัดของเมืองนี้
เขาเห็นแล้ว
เห็นเองกับตา
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel
ชอบตอนนี้ไหม? ทิปเป็นกำลังใจให้ ชาลี