ตอนที่ 7
การสอบตรา
ชาลี · 3 ต.ค. 69 · 6,451 ตัวอักษร
“ข้อหนึ่ง ห้ามพูดระหว่างสอบ ข้อสอง ห้ามลุกจากเก้าอี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสาม ห้ามร่ายสิ่งใดที่ไม่ใช่วลีในข้อสอบ ข้อสี่...”
“ข้อสี่ห้ามหายใจคะ?”
คาเซล ดรูว์ เงยหน้าจากแผ่นกฎ มองปิ๊ปด้วยสายตาของครูที่ไม่เคยอยากเป็นครู
“ข้อสี่” เขาพูดต่อเสียงเรียบ “ห้ามตั้งฉายาให้ผู้คุมสอบ”
“อันนั้นไม่ยุติธรรมนะคุณตรงเป๊ะ หนูตั้งไปตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว กฎย้อนหลังไม่ได้”
“ผมไม่ใช่ยายของคุณ”
“ฉัน... ฉันตั้งไปตั้งแต่สามวันก่อน” ปิ๊ปแก้ใหม่ ยักไหล่ “ปากมันชินน่ะ อยู่กับยายทั้งวัน”
นั่นเป็นวันที่สี่ของเจ็ดวันที่นายทะเบียนใหญ่ให้ไว้ และเป็นวันที่สามที่คาเซลต้องมานั่งในร้านยาโมราห์ตั้งแต่ระฆังเจ็ดจนระฆังสิบเอ็ด ในฐานะ ผู้ติวและผู้คุมสอบประจำตัว ตำแหน่งที่ไม่เคยมีอยู่ในทะเบียนจนกระทั่งเมื่อห้าวันก่อน
“คำสั่งลงมาจากชั้นบนสุดของหอบรรณสาร” เขาเล่าในวันแรก ด้วยใบหน้าของคนที่ถูกบังคับให้กลืนยาขม “หัวหน้าเกรเวสแค่ส่งต่อ พร้อมความเห็นว่ารายงานภาพชอล์กของผมมีคำว่า ‘เดิน’ อยู่สิบเอ็ดครั้ง และผู้ตรวจการที่เขียนแบบนั้นได้ ก็ควรได้ทำงานใกล้ชิดกับต้นเหตุ”
“แปลว่าคุณโดนทำโทษเพราะฉัน”
“แปลว่าผมโดนทำโทษเพราะผมเขียนความจริง” เขาพูด แล้วนิ่งไปนิดหนึ่ง “ซึ่งก็คือเพราะคุณนั่นแหละ”
สามวันแรกเป็นสามวันที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาของควิลล์มอร์
วลีมาตรฐานสำหรับผู้ขอตราชั้นต้นมีสิบสองวลี ทุกวลีต้องออกเสียงตามจังหวะในคู่มือ ยกนิ้วตามองศาที่กำหนด และ ไม่คิดอะไรเลย ระหว่างร่าย
“ไม่คิดอะไรเลยทำยังไงคะ”
“ก็ไม่คิด”
“แต่พอคุณบอกให้ไม่คิด ฉันก็คิดว่าห้ามคิด แล้วก็คิดว่าทำไมห้ามคิด แล้วก็คิดถึงซุปฟักทอง”
คาเซลหลับตา นับในใจ ปิ๊ปเห็นริมฝีปากเขาขยับถึงเลขเจ็ดแล้วจึงลืมตาขึ้นใหม่
ยายโมราห์นั่งสูบไปป์อยู่หลังเคาน์เตอร์ตลอดสามวัน ไม่เคยพูดกับคาเซลเกินห้าคำ และคำที่พูดบ่อยที่สุดคือ “เช็ดเท้า”
ส่วนคุณกระดุมนั้น วันแรกนั่งอยู่บนชั้นหนังสือ วันที่สองนั่งบนเก้าอี้ข้างคาเซล วันที่สามคาเซลหันกลับมาจากการจดบันทึก แล้วพบว่าตุ๊กตากระต่ายตากระดุมแดงนั่งอยู่บนสมุดคู่มือของเขา ถือช้อนชาไว้ราวกับไม้ชี้กระดาน
เขามองมันนานมาก
“คุณวางมันไว้ตรงนั้น” เขาพูดกับปิ๊ป
“ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดนะ คุณก็เห็น”
คาเซลเปิดปาก ปิดปาก แล้วหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาดู “เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้”
แต่บางอย่างก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย คาเซลเลิกเรียกปิ๊ปว่า “ผู้ต้องสงสัย” ปิ๊ปเลิกแอบเติมเกลือในชาของเขา และในบ่ายวันที่สาม ตอนที่ปิ๊ปร่ายวลีที่ 87 เป่าแห้ง แล้วผ้าเปียกในมือกลายเป็นนกพิราบผ้าบินหนีออกหน้าต่าง คาเซลก็ไม่ได้ถอนหายใจ
เขาจดลงสมุดว่า ผล : นก แล้วขีดเส้นใต้สองเส้น
“ทำไมขีดสองเส้น” ปิ๊ปถาม
“เพราะเป็นนกตัวที่สองของวันนี้”
ห้องสอบตราหมายเลขสิบสองอยู่ในปีกตะวันออกของหอบรรณสาร ลงบันไดไปครึ่งชั้น ผนังทาสีครีมซีด มีหน้าต่างบานเดียวที่ลั่นดาลจากด้านใน โต๊ะผู้สอบหนึ่งตัว โต๊ะผู้คุมหนึ่งตัว และเชิงเทียนทองเหลืองที่ขัดจนเห็นเงาหน้าตัวเอง
ยายไม่ได้มาด้วย ยายบอกว่า “ถ้าฉันไป ฉันจะตีผู้คุมสอบ” แล้วก็ไม่ได้บอกว่าหมายถึงคาเซลหรือใคร
คาเซลยืนอยู่หลังโต๊ะผู้คุมในเครื่องแบบเต็มยศ วางเข็มทิศวลีไว้ข้างแบบฟอร์ม นาฬิกาพกเปิดฝาวางไว้อีกข้าง ห่างจากขอบโต๊ะเท่ากันพอดี
“ผู้ขอตรา ไม่มีนามสกุล ชื่อเรียก ปิ๊ป” เขาอ่านจากแบบฟอร์ม “การสอบภาคปฏิบัติมีสามข้อ ผ่านสองในสามถือว่าผ่าน”
“สองในสาม” ปิ๊ปทวน “ก็คือพลาดได้หนึ่ง”
“ก็คือ ทำถูก สอง” คาเซลแก้ “ข้อหนึ่ง วลีที่ 203 เปิดหน้าต่าง เริ่มได้”
ไม้เท้าคดงอถูกฝากไว้ข้างประตูตามกฎ ปิ๊ปจึงยกมือเปล่าตามองศาที่ซ้อมมา ชี้ไปที่หน้าต่างบานเดียวของห้อง
ออกเสียงตามจังหวะ ทีละพยางค์ เหมือนวางก้อนหินข้ามลำธาร
แต่ตรงพยางค์สุดท้าย ปิ๊ปเผลอนึกถึงสิ่งที่เธออยากเปิดจริง ๆ
หน้าต่างไม่ขยับ
ดาลเหล็กไม่ขยับ
คาเซลกลับยืนนิ่ง สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเหมือนคนที่เพิ่งได้กลิ่นบางอย่างที่คุ้นมากแต่นึกชื่อไม่ออก
“ฝน” เขาพูดเบา ๆ
“คะ?”
“ผมได้กลิ่นฝน” คาเซลมองผ่านปิ๊ปไป มองผนังสีครีมที่ไม่มีอะไร “มีหน้าต่างบานหนึ่ง ขอบไม้สีเขียว ข้างนอกฝนตก แล้วมีใครเคาะกระจกจากข้างนอก สามครั้ง เป็นจังหวะ เหมือน...”
เขาหยุด ยกมือกดขมับ ปิ๊ปเห็นหน้าเขาซีดลงชั่วอึดใจ เหมือนวันที่เขายืนดูภาพชอล์กบนผนังริมคลอง
“เหมือนอะไรคะ”
“ไม่มีอะไร” คาเซลหยิบปากกาขึ้นมา มือไม่สั่น แต่จับแน่นเกินไป “หน้าต่างไม่เปิด ข้อหนึ่ง ไม่ผ่าน”
มันเปิดนะ ปิ๊ปคิด แค่ไม่ได้เปิดในห้องนี้
“ข้อสอง” คาเซลวางขนนกสีเทาลงกลางโต๊ะผู้สอบ “วลีที่ 402 ยกของเบา ขนนกต้องลอยสูงไม่ต่ำกว่าหนึ่งศอกเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามอึดใจ”
ปิ๊ปจ้องขนนก
คราวนี้เธอตั้งใจจะไม่คิดอะไรจริง ๆ เธอจ้องปลายขน ร่ายทีละพยางค์ และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองคาเซล ไม่มองไหล่ที่ยกค้างตั้งแต่ข้อแรกของเขา
เธอพลาดอีกแล้ว
ขนนกไม่ขยับ
แต่คาเซลสะดุ้ง เหมือนมีคนเอาของหนักที่เขาแบกไว้ออกจากหลังไปทีเดียวทั้งหมด ไหล่เขาลดลง หลังยืดตรงขึ้นเองโดยไม่ต้องพยายาม ใบหน้าตึงเครียดคลายลงทีละนิด
แล้วเขาก็ หัวเราะ
เป็นเสียงหัวเราะที่หลุดออกมาจากท้องโดยไม่ผ่านการอนุมัติ เขาจับขอบโต๊ะ หัวเราะจนน้ำตาซึม ทั้งที่ไม่มีอะไรตลก แล้วก็หัวเราะหนักขึ้นอีกเพราะรู้ว่าไม่มีอะไรตลก
ปิ๊ปอ้าปากค้าง
เมื่อเสียงหัวเราะหยุด คาเซลยืนหอบอยู่หลังโต๊ะ ผมหวีเรียบหลุดลงมาปอยหนึ่งเป็นครั้งแรกที่ปิ๊ปเห็น
“ผมไม่ได้หัวเราะแบบนี้มา...” เขาพูดช้า ๆ แล้วนิ่งไป คิ้วขมวด กำลังนับ ปิ๊ปรู้ว่าเขากำลังนับ เพราะริมฝีปากขยับ
แต่เขานับไม่จบ
“ข้อสอง” คาเซลกระแอม ปัดผมขึ้นที่เดิม เสียงกลับมาเรียบเหมือนผิวน้ำในคลองเช้ามืด “ขนนกไม่ลอย ไม่ผ่าน”
“แต่คุณลอยนะ” ปิ๊ปหลุดปาก “นิดนึง”
“ข้อหนึ่ง ห้ามพูดระหว่างสอบ”
“ค่ะ”
แต่ก่อนก้มลงเขียน ปิ๊ปเห็นมุมปากของเขายกขึ้นเท่าความหนาของเส้นผม แล้วรีบกดกลับลงไป
สอบตกไปแล้วสองข้อ ข้อที่สามจึงไม่มีผลอะไรกับการสอบอีก แต่กฎของทะเบียนบอกว่า การสอบต้องดำเนินจนครบทุกข้อ และคาเซล ดรูว์ ไม่เคยทำอะไรไม่ครบในชีวิต
“ข้อสาม วลีที่ 1142 จุดเทียน”
วลีที่ง่ายที่สุดในทะเบียน วลีแรกที่เด็กทุกคนในควิลล์มอร์ได้เรียน
ปิ๊ปมองเทียนขาวบนเชิงเทียนทองเหลือง
คราวนี้เธอไม่ได้พยายามไม่คิด เธอคิดแค่ว่า ขอสักข้อเถอะ แล้วก็คิดต่อไปว่า ห้องนี้เงียบจัง เงียบเหมือนมีใครเพิ่งเดินออกไป ระหว่างที่ปากร่ายพยางค์สุดท้าย
ไส้เทียนลุกเป็นไฟ
ปิ๊ปเกือบกระโดดดีใจ
แต่เปลวไฟไม่ใช่สีส้ม มันเป็นสีขาวซีด นิ่งสนิท ไม่ไหวแม้แต่น้อย และจากในเปลวไฟนั้นก็มีเสียงลอดออกมา
เสียงแห้ง ราบเรียบ บอกไม่ได้ว่าชายหรือหญิง เป็นเสียงของคนที่อ่านรายการซึ่งอ่านมาแล้วเป็นพันครั้ง
“...ยืนยันรายการแก้ไขคืนนี้ตามบัญชี หน้าเจ็ดพันสี่ร้อยสิบหก บรรทัดที่สาม แม่ค้าดอกไม้ชื่อฮันนา บ้านสีเหลืองตรงหัวโค้ง ย่านสะพานเก้า อยู่ลำพัง ระบุเหตุ ส่งหนังสือร้องเรียนซ้ำเป็นครั้งที่สี่ ก่อความกังวลแก่เพื่อนบ้าน... ตีสามสิบเจ็ด... ปิดรายการ”
เปลวไฟดับลง ไม่มีควัน
ห้องเงียบจนได้ยินนาฬิกาพกบนโต๊ะคาเซลเดินทีละจังหวะ
ปิ๊ปไม่รู้ตัวว่าลุกจากเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งผิดกฎข้อสอง เธอไม่สน
“คุณได้ยินใช่ไหม” เสียงเธอสั่น “คุณตรงเป๊ะ คุณได้ยินใช่ไหม”
คาเซลยืนนิ่ง จ้องเทียนที่ดับแล้ว
“ห้องนี้” เขาพูดช้า ๆ “ในสมุดจองห้อง ห้องนี้ว่างทุกคืน ไม่มีใครใช้ก่อนรุ่งสาง”
“มันอาจเป็นเวทที่ผิดพลาด เสียงที่คุณแต่งขึ้นเอง...”
“ฉันไม่ได้แต่งเรื่องจดหมายสี่ฉบับ!” ปิ๊ปตะโกน “มิราบอกฉันแค่ฉบับเดียว คุณตรงเป๊ะ ฉบับเดียว ฉันจะแต่งเลขสี่ขึ้นมาทำไม”
คาเซลไม่ตอบ เขาก้มมองเข็มทิศวลีข้างแบบฟอร์ม เข็มชี้นิ่งไปทางเทียน และตรงหน้าปัดที่ควรขึ้นหมายเลข 1142 กลับว่างเปล่า
เขาหยิบปากกา เขียนลงแบบฟอร์มสองบรรทัด ปิ๊ปเห็นจากตรงที่ยืน
ข้อสาม : เทียนไม่ติดตามวลี ไม่ผ่าน
ผลการสอบ : ไม่ผ่าน มีสิทธิ์สอบซ่อมภายในสามสิบวัน
แล้วเขาก็นิ่งไปอีกครู่ ก่อนจะเขียนบรรทัดที่สามเล็ก ๆ ไว้ที่ขอบกระดาษ ตรงที่ไม่มีช่องให้เขียน ปิ๊ปอ่านไม่ทัน เขาพับแบบฟอร์มเสียก่อน
นอกหน้าต่าง ระฆังหอต้นฉบับตีบอกเที่ยง
ปิ๊ปนับชั่วโมงที่เหลือจากเที่ยงวันถึงตีสามสิบเจ็ด
สิบห้าชั่วโมงกับอีกสามสิบเจ็ดนาที
“คุณตรงเป๊ะ” เธอพูด เสียงไม่สั่นแล้ว แต่เบาลงจนคาเซลต้องเงยหน้า “คืนนี้คุณว่างไหม”
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel
ชอบตอนนี้ไหม? ทิปเป็นกำลังใจให้ ชาลี