ตอนที่ 9
คนที่ต้องอยู่กับตัวเอง
ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 3,651 ตัวอักษร
หกเดือนผ่านไป
ฤดูฝนเริ่มเข้ามาแทนที่อากาศร้อน
ชีวิตของภาคินเปลี่ยนไปมากกว่าที่เขาคิด
เขาย้ายออกจากห้องที่เคยอยู่กับแพร
ไม่ใช่เพราะมีใครบังคับ
แต่เพราะทุกมุมของห้องนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำ
เขาเริ่มเช่าห้องเล็ก ๆ ใกล้บริษัท
ไม่มีรูปคู่
ไม่มีของใช้ของคนอื่น
ไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองจริง ๆ
---
มินตรายังคุยกับเขา
แต่ความสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิม
จากที่เคยคุยกันทุกวัน
กลายเป็นสองสามวันครั้ง
บางครั้งหายไปเป็นสัปดาห์
ไม่มีใครทะเลาะ
ไม่มีใครเรียกร้อง
แต่ทั้งคู่ต่างรู้ว่าระยะห่างกำลังเกิดขึ้น
วันหนึ่ง มินตรานัดเขาไปกินข้าว
ร้านเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ
เธอนั่งตรงข้ามเขา
“พี่เป็นยังไงบ้าง?”
“ดีขึ้นครับ”
“จริงเหรอ?”
ภาคินยิ้ม
“จริง”
มินตราพยักหน้า
“หนูก็ดีขึ้น”
ทั้งสองเงียบ
ครั้งหนึ่งความเงียบระหว่างพวกเขาเคยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจ
“หนูคิดว่าเราควรหยุดไหมคะ?”
ภาคินไม่ได้ตกใจ
เหมือนเขาเคยรู้ว่าคำถามนี้จะมาถึง
“พี่คิดว่าเราควร”
มินตรามองหน้าเขา
“พี่ไม่รั้งหนูเหรอ?”
“พี่อยากรั้ง”
เธอยิ้มเศร้า ๆ
“แต่พี่จะไม่ทำ?”
“ครับ”
ภาคินตอบ
“เพราะครั้งหนึ่งพี่เคยใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นเหตุผลให้คนอื่นเจ็บมาแล้ว”
มินตราก้มหน้า
น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหลังมือ
“หนูคิดถึงพี่นะ”
“พี่ก็คิดถึง”
“แต่หนูไม่อยากใช้ความคิดถึงเป็นเหตุผลให้เรากลับไปเหมือนเดิม”
ภาคินพยักหน้า
ไม่มีคำสัญญา
ไม่มีคำว่า “รอ”
ไม่มีคำว่า “สักวันเราคงกลับมาเจอกัน”
ทั้งคู่เพียงนั่งอยู่ตรงนั้น
ยอมรับความจริงที่เจ็บที่สุด
ว่าความรักบางครั้งไม่ได้จบลงเพราะไม่มีความรู้สึก
แต่มันจบลงเพราะคนสองคนรู้ว่า
**การอยู่ต่ออาจไม่ได้ทำให้ใครดีขึ้น**
---
หลังจากวันนั้น
ทั้งสองแทบไม่ได้ติดต่อกัน
มินตราทุ่มเวลาให้กับงาน
เธอเริ่มรับผิดชอบโปรเจกต์ใหม่
มีหัวหน้าคนใหม่
มีเพื่อนร่วมงานใหม่
และเริ่มได้รับการยอมรับจากผลงานของตัวเอง
ไม่มีใครเรียกเธอว่า
“คนของหัวหน้า”
อีกต่อไป
เพราะเธอพิสูจน์ให้เห็นด้วยตัวเองว่า
เธอมีความสามารถโดยไม่ต้องพึ่งความสัมพันธ์กับใคร
ส่วนภาคินเองก็เปลี่ยนวิธีทำงาน
เขาเริ่มระวังเรื่องการใช้อำนาจมากขึ้น
ไม่เลือกปฏิบัติ
ไม่สนิทกับลูกทีมจนเกินขอบเขต
และเมื่อมีลูกทีมคนหนึ่งมาปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
เขาไม่ได้หัวเราะหรือให้คำแนะนำแบบคนเคยมีประสบการณ์
เขาเพียงพูดว่า
“ก่อนจะทำอะไร ลองคิดถึงคนที่อาจได้รับผลจากการตัดสินใจของเราด้วย”
ลูกทีมคนนั้นพยักหน้า
แต่ไม่มีทางรู้เลยว่า
คำพูดนั้นไม่ได้มาจากตำรา
มันมาจากความผิดพลาดของคนพูดเอง
---
คืนหนึ่ง
ภาคินกำลังเก็บเอกสารบนโต๊ะ
โทรศัพท์สั่นขึ้น
ชื่อที่เขาไม่ได้เห็นมาหลายเดือนปรากฏบนหน้าจอ
**มินตรา**
ข้อความสั้น ๆ
> พี่สบายดีไหม?
เขานั่งนิ่ง
นิ้วแตะหน้าจอ
แต่ไม่ได้พิมพ์ตอบทันที
เขาอ่านข้อความนั้นอีกครั้ง
ไม่มีคำว่า “คิดถึง”
ไม่มีคำว่า “กลับมาไหม”
ไม่มีอะไรนอกจากคำถามธรรมดา
แต่สำหรับเขา...
มันกลับหนักกว่าข้อความยาวหลายหน้า
เขาวางโทรศัพท์ลง
เดินไปเปิดหน้าต่าง
มองไฟจากตึกฝั่งตรงข้าม
ครั้งหนึ่งเขาคงรีบตอบ
แต่วันนี้เขาเลือกหยุด
ไม่ใช่เพราะไม่อยากคุย
แต่เพราะเขาเริ่มเข้าใจว่า
การตอบกลับเพียงเพราะตัวเองคิดถึง
อาจทำให้คนสองคนกลับเข้าไปอยู่ในวงจรเดิม
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง
ภาคินจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
พิมพ์ข้อความสั้น ๆ
> พี่สบายดีครับ
> หวังว่าเธอก็สบายดีนะ
เขากดส่ง
ไม่มีคำอื่นต่อ
ไม่มีคำถามว่าอยู่ไหน
ไม่มีการชวนเจอ
ไม่มีประโยคที่เปิดประตูให้ความสัมพันธ์ย้อนกลับไป
มินตราอ่าน
แล้วตอบกลับมา
> หนูสบายดีค่ะ
> ดีใจที่พี่สบายดีนะ
จบเพียงเท่านั้น
ภาคินวางโทรศัพท์ลง
ครั้งนี้...
เขาไม่ได้รู้สึกว่างเปล่า
กลับรู้สึกเบาอย่างประหลาด
เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาสามารถคิดถึงใครสักคน
โดยไม่จำเป็นต้องครอบครองเขา
---
คืนนั้น ภาคินเดินออกไปซื้ออาหารหน้าปากซอย
ระหว่างทาง เขาเห็นคู่รักคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ
ฝ่ายหญิงเดินหนี
ฝ่ายชายรีบตามไป
ภาพนั้นทำให้เขานึกถึงอดีต
เขาหยุดเดิน
แล้วหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง
เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่า
ความรักคือการพยายามรั้งใครบางคนไว้
แต่วันนี้เขาเริ่มเข้าใจว่า
ความรักที่มีความรับผิดชอบ
บางครั้งคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
เพื่อไม่ให้ความรักของเรา
กลายเป็นเหตุผลที่ทำร้ายชีวิตของคนอื่นอีก
เขาเดินต่อไป
โดยไม่ได้หันกลับไปมอง
และในคืนเดียวกันนั้น
อีกฝั่งของเมือง
มินตราก็ปิดโทรศัพท์
เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
ไม่ใช่เพราะได้เขากลับคืนมา
แต่เพราะในที่สุด
เธอก็เริ่มกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel