ตอนที่ 7

คำตอบที่ไม่มีข้อแก้ตัว

ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 4,173 ตัวอักษร

เก้าโมงตรง

ภาคินนั่งอยู่ในห้องประชุมฝ่ายบุคคล

ครั้งนี้ไม่มีเอกสารหลายแฟ้มเหมือนเมื่อวาน

มีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นวางอยู่ตรงหน้าเขา

“บริษัทพิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว”

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดช้า ๆ

“บริษัทจะปรับโครงสร้างการบังคับบัญชา และถอดคุณออกจากการดูแลงานโดยตรงของมินตรา”

ภาคินพยักหน้า

เขาคาดไว้อยู่แล้ว

“ส่วนเรื่องการประเมินผลงานที่ผ่านมา จะมีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผลจากความสัมพันธ์ส่วนตัว”

“ครับ”

“และขอให้คุณงดการติดต่อกับมินตราเรื่องส่วนตัวในช่วงที่บริษัทกำลังดำเนินการเรื่องนี้”

ภาคินรับฟังเงียบ ๆ

ไม่มีข้อโต้แย้ง

ไม่มีคำว่า “แต่”

เพราะเขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะบริษัทใจร้ายกับเขา

มันเกิดขึ้นจากการที่เขาไม่รักษาขอบเขตตั้งแต่แรก

ก่อนออกจากห้อง ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดขึ้น

“คุณภาคิน”

เขาหันกลับ

“ความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเรื่องของคุณ”

ชายคนนั้นเว้นช่วง

“แต่เมื่อคุณเป็นหัวหน้า การตัดสินใจของคุณย่อมกระทบคนอื่นด้วย”

ภาคินพยักหน้า

ประโยคนั้นติดอยู่ในหัวเขาตลอดทั้งวัน

---

ตอนพักเที่ยง

โต๊ะของมินตราว่างเปล่า

ของส่วนใหญ่ถูกย้ายออกไปแล้ว

เหลือเพียงแก้วน้ำหนึ่งใบกับต้นไม้เล็ก ๆ บนโต๊ะ

ภาคินยืนมองอยู่ไกล ๆ

เขาอยากเดินเข้าไปหา

อยากถามว่าเธอเป็นอย่างไร

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ

โทรศัพท์ของเขามีข้อความจากมินตรา

> หนูย้ายไปทีมใหม่แล้วนะคะ

ภาคินอ่าน

ครู่หนึ่งจึงตอบกลับ

> ขอให้เธอโชคดีนะ

ไม่มีคำว่าคิดถึง

ไม่มีคำว่ารอ

ไม่มีคำพูดที่ทำให้เรื่องกลับไปเหมือนเดิม

มินตราตอบกลับมาเพียง

> ขอบคุณค่ะ

แล้วการสนทนาก็จบลง

ง่ายกว่าที่เขาคิด

แต่เจ็บกว่าที่คาดไว้

---

เย็นวันนั้น ภาคินกลับถึงบ้าน

ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดอยู่

แต่ไม่มีเสียงโทรทัศน์

เขาวางกระเป๋าลง

“แพร?”

ไม่มีเสียงตอบ

เขาเดินเข้าไปในห้องนอน

ลิ้นชักด้านหนึ่งเปิดอยู่

เสื้อผ้าของแพรหายไปบางส่วน

หัวใจของเขาหนักวูบ

บนโต๊ะมีซองกระดาษวางอยู่

ภาคินเปิดออก

ข้างในคือกุญแจห้อง

กุญแจสำรอง

และกุญแจรถที่เขาเคยให้แพรไว้

พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง

เขาหยิบขึ้นมาอ่าน

แพรเขียนด้วยลายมือของตัวเอง

> พี่ภาคิน

>

> เราอยู่ด้วยกันมานานจนแพรเคยคิดว่า ต่อให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราก็คงคุยกันได้

>

> แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

>

> แพรไม่รู้ว่าควรเชื่ออะไรอีกแล้ว

>

> แพรไม่ได้อยากชนะใคร และไม่ได้อยากให้พี่เลือกแพรเพราะรู้สึกผิด

>

> แพรแค่อยากอยู่กับคนที่ไม่ทำให้แพรต้องสงสัยว่าตัวเองกำลังถูกหลอกหรือเปล่า

>

> แพรขอจบตรงนี้นะ

ภาคินอ่านจนจบ

แล้วนั่งลงบนขอบเตียง

เขาเคยกลัวว่าวันหนึ่งแพรจะรู้

แต่ตอนที่วันนั้นมาถึงจริง ๆ

สิ่งที่เขากลัวที่สุดกลับไม่ใช่การเสียแพร

แต่คือการรู้ว่า...

เขาเป็นคนทำลายความไว้ใจของคนที่อยู่ข้างเขามาตลอดด้วยตัวเอง

---

คืนนั้นเขาโทรหาแพร

ไม่มีคนรับ

โทรอีกครั้ง

ก็ไม่มีคนรับ

ข้อความถูกอ่าน

แต่ไม่มีคำตอบ

เขาพิมพ์หลายประโยค

แล้วลบทิ้งทั้งหมด

สุดท้ายเหลือเพียง

> พี่เข้าใจแล้ว พี่จะไม่รบกวนแพรอีก

เขากดส่ง

หน้าจอขึ้นคำว่า **อ่านแล้ว**

แต่ไม่มีข้อความตอบกลับ

---

วันต่อมา

ภาคินกับมินตราเดินสวนกันที่หน้าลิฟต์

ทั้งคู่หยุดพร้อมกัน

เป็นครั้งแรกหลังจากเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น

“พี่ภาคิน”

“ครับ”

มินตรามองเขา

“แพรเป็นยังไงบ้างคะ?”

เขานิ่งไป

“พี่ไม่รู้”

เธอพยักหน้า

“หนูขอโทษนะคะ”

“เธอไม่ต้องขอโทษพี่”

“แต่หนูมีส่วน”

ภาคินมองเธอ

“เราสองคนมีส่วน”

มินตราก้มหน้า

“แล้วตอนนี้...พี่เสียแพรไปแล้วใช่ไหม?”

เขาไม่ตอบทันที

ก่อนจะพูดว่า

“ใช่”

คำตอบนั้นทำให้ทั้งคู่เงียบ

ไม่มีใครพูดถึงการเริ่มต้นใหม่

ไม่มีใครพูดว่าอย่างน้อยเรายังมีกันและกัน

เพราะพวกเขาต่างรู้ว่า

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความลับ

ไม่ได้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้องขึ้นมาเพียงเพราะอีกคนหนึ่งเดินจากไป

---

หลายสัปดาห์ผ่านไป

มินตราเริ่มงานในทีมใหม่

เธอไม่ได้คุยกับภาคินนอกเรื่องงานอีก

ภาคินเองก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

ทำงาน

กลับบ้าน

กินข้าวคนเดียว

บางคืนเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

นิ้วเลื่อนไปยังชื่อของมินตรา

แต่สุดท้ายก็ปิดหน้าจอ

เขาเริ่มเข้าใจบางอย่าง

ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่า

**การเลือกใครสักคน คือการเลือกสิ่งที่หัวใจต้องการ**

แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่า

การเลือกของคนคนหนึ่งไม่ได้มีผลแค่กับตัวเอง

บางครั้งมันมีราคาที่คนอื่นต้องเป็นคนจ่าย

---

เย็นวันศุกร์

ภาคินกลับมาถึงห้อง

บนโต๊ะยังมีกุญแจที่แพรคืนไว้

เขาหยิบมันขึ้นมา

ความทรงจำมากมายย้อนกลับมา

วันที่ซื้อห้องนี้ด้วยกัน

วันที่ทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ

วันที่แพรป่วยแล้วเขาอยู่เฝ้าทั้งคืน

วันที่ทั้งคู่เคยคุยกันเรื่องแต่งงาน

ทั้งหมดนั้นไม่ได้หายไปเพราะความสัมพันธ์ครั้งใหม่

มันยังอยู่

เพียงแต่ตอนนี้...

มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว

โทรศัพท์สั่น

ข้อความจากแพร

ภาคินเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย

> พี่ไม่ต้องตามหาแพรแล้วนะ

ข้อความต่อมาปรากฏขึ้น

> แพรอยากเริ่มต้นชีวิตของตัวเองใหม่

และข้อความสุดท้าย

> ขอให้พี่รับผิดชอบกับสิ่งที่พี่เลือก และอย่าทำแบบนี้กับใครอีก

ภาคินอ่านซ้ำหลายครั้ง

น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมา

เขาไม่ได้ตอบกลับทันที

เพราะครั้งนี้...

เขารู้ว่าคำว่า “ขอโทษ”

ไม่สามารถแก้ไขทุกอย่างได้

และบางความสัมพันธ์

เมื่อความไว้ใจถูกทำลายไปแล้ว

สิ่งที่ถูกต้องที่สุดอาจไม่ใช่การพยายามเอากลับคืนมา

แต่อาจเป็นการยอมรับว่า

**เราทำมันพังไปแล้ว**

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)