ตอนที่ 8

ได้เขามา แต่เสียอะไรไป

ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 3,775 ตัวอักษร

สามเดือนหลังจากวันนั้น

ชีวิตในบริษัทกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างน้อย...

ถ้ามองจากภายนอก

ภาคินยังทำงานที่เดิม

มินตราอยู่คนละทีม

ทั้งคู่ไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำงานร่วมกันอีก

เรื่องที่เคยเป็นข่าวซุบซิบเริ่มเงียบลง

คนในบริษัทมีเรื่องใหม่ให้พูดถึง

ชื่อของพวกเขาค่อย ๆ หายไปจากบทสนทนา

แต่สำหรับภาคิน

เรื่องทั้งหมดไม่ได้หายไปไหน

มันยังอยู่ในทุกครั้งที่เขากลับถึงห้องแล้วพบว่ามีเพียงตัวเอง

---

เย็นวันหนึ่ง

มินตรานั่งอยู่ในร้านกาแฟ

เธอวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ

ตรงหน้าเป็นกาแฟแก้วเดิมที่เธอสั่งแทบทุกครั้ง

ภาคินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ทั้งสองคนยอมออกมานั่งด้วยกันนอกบริษัท

ไม่มีเรื่องงาน

ไม่มีข้ออ้าง

ไม่มีคำว่า “บังเอิญ”

มินตราเป็นคนชวนเขามา

“พี่เป็นยังไงบ้างคะ?”

ภาคินยิ้มบาง ๆ

“ก็เรื่อย ๆ”

“ยังอยู่คนเดียว?”

“ครับ”

เธอพยักหน้า

เงียบไปครู่หนึ่ง

“หนูก็เหมือนกัน”

ประโยคธรรมดา

แต่ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะหนักขึ้นทันที

เพราะทั้งคู่รู้ดีว่า

ถ้าแพรไม่ได้เดินออกไป

พวกเขาคงไม่มีวันได้นั่งอยู่ตรงนี้

---

“พี่เคยคิดไหมคะ”

มินตราถาม

“ว่าอะไร?”

“ถ้าวันนั้นเราไม่คุยกันเกินเรื่องงาน ทุกอย่างจะเป็นยังไง”

ภาคินมองเธอ

“พี่คิดบ่อย”

“แล้วเสียดายไหม?”

เขาเงียบ

คำถามนี้ไม่มีคำตอบง่าย ๆ

ถ้าตอบว่าไม่เสียดาย

ก็เหมือนโกหกความรู้สึกตัวเอง

แต่ถ้าตอบว่าเสียดาย

มันก็เหมือนกำลังบอกว่าเขาไม่เสียใจที่ทำร้ายแพร

สุดท้ายเขาจึงพูดเพียงว่า

“พี่เสียใจกับสิ่งที่พี่ทำ”

มินตราก้มหน้า

“หนูก็เหมือนกันค่ะ”

---

หลังจากวันนั้น

ทั้งสองเริ่มกลับมาคุยกัน

แต่ต่างจากเมื่อก่อน

ไม่มีข้อความตอนตีหนึ่ง

ไม่มีคำพูดหวาน ๆ

ไม่มีการหลบซ่อนโทรศัพท์

ไม่มีการลบข้อความ

พวกเขาพยายามเริ่มต้นใหม่

ครั้งนี้โดยไม่มีใครเป็นความลับของใคร

แต่เมื่อความสัมพันธ์เริ่มจริงจังขึ้น

สิ่งหนึ่งกลับเกิดขึ้นโดยไม่มีใครตั้งใจ

**ความระแวง**

วันหนึ่งภาคินเลิกงานช้า

มินตราโทรหา

“พี่อยู่ไหนคะ?”

“ยังอยู่บริษัทครับ”

“อยู่กับใคร?”

ภาคินเงียบไปเล็กน้อย

“ทีมครับ”

“ผู้หญิงเยอะไหม?”

คำถามนั้นทำให้เขาชะงัก

“มินตรา”

“อะไรคะ?”

“ไม่มีอะไร”

“หนูแค่ถาม”

ภาคินถอนหายใจ

“พี่บอกแล้วว่าอยู่กับทีม”

“ค่ะ”

สายถูกตัด

คืนนั้นภาคินนั่งอยู่ในรถนานกว่าจะขึ้นห้อง

เขาเพิ่งเข้าใจบางอย่าง

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยการโกหก

ต่อให้วันหนึ่งทั้งสองคนเลิกโกหก

ความกลัวว่าจะถูกโกหกอีก...

ก็ไม่ได้หายไปง่าย ๆ

---

อีกครั้งหนึ่ง

มินตราไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมทีม

เธอกลับดึกกว่าปกติ

ภาคินถาม

“ไปกับใคร?”

“เพื่อนค่ะ”

“ผู้ชายด้วยไหม?”

มินตราหันมามอง

“ทำไมคะ?”

“พี่แค่ถาม”

เธอหัวเราะเบา ๆ

“นี่พี่กำลังหึงหนูเหรอ?”

ภาคินไม่ตอบ

มินตราวางช้อนลง

“พี่รู้ไหมว่ามันแปลก”

“อะไร?”

“เมื่อก่อนพี่เคยโกหกคนหนึ่งเพื่อมาคุยกับหนู”

เธอมองเขาตรง ๆ

“ตอนนี้พี่กำลังกลัวว่าหนูจะโกหกพี่”

ภาคินนิ่ง

คำพูดนั้นแทงตรงจุดที่เขาไม่อยากยอมรับ

“หนูไม่ได้พูดเพื่อทะเลาะนะคะ”

มินตราพูดต่อ

“หนูแค่คิดว่า เราอาจต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ของเรามีบางอย่างที่แก้ไม่ได้ด้วยการบอกว่า ‘ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแล้ว’”

ภาคินก้มมองโต๊ะ

“พี่รู้”

---

คืนนั้นทั้งคู่แยกกันกลับ

ภาคินเปิดโทรศัพท์

ชื่อของแพรยังอยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ

เขาไม่ได้ลบ

ไม่ใช่เพราะหวังว่าเธอจะกลับมา

แต่เพราะเขายังไม่กล้าลบความทรงจำทั้งหมดออกจากชีวิต

เขาเปิดแชตเก่า

อ่านข้อความเก่า ๆ

รูปอาหาร

ข้อความเตือนให้ซื้อของเข้าบ้าน

คำว่า “ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ”

สิ่งธรรมดาที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยเห็นคุณค่า

ตอนนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เขาคิดถึงที่สุด

เขาปิดหน้าจอ

แล้วพึมพำกับตัวเอง

“เราได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ แล้ว”

แต่ไม่มีความสุขอย่างที่เคยคิด

---

หลายวันต่อมา

มินตราเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

“พี่คะ”

“ครับ?”

“หนูอยากถามอะไรตรง ๆ”

“ถามมาเลย”

เธอสูดหายใจ

“ถ้าย้อนกลับไปวันแรกได้ พี่ยังจะเลือกหนูไหม?”

ภาคินนิ่ง

คำถามเหมือนกับที่เธอเคยถามในอดีต

แต่วันนี้ความหมายต่างออกไป

เขาไม่ตอบทันที

“พี่ไม่รู้”

มินตราหลุบตา

“หนูคิดว่าพี่จะตอบว่าใช่”

“พี่ไม่อยากโกหกเธอ”

เธอเงียบ

“ถ้าย้อนกลับไปได้ พี่อยากเลือกให้ตัวเองซื่อสัตย์ตั้งแต่วันแรก”

มินตราน้ำตาคลอ

“แล้วหนูล่ะ?”

ภาคินมองเธอ

“พี่ไม่ได้เสียใจที่ได้รู้จักเธอ”

“แต่พี่เสียใจที่เราเริ่มต้นกันแบบนั้น”

มินตรานิ่งอยู่นาน

ก่อนจะพูดเบา ๆ

“บางทีหนูอาจอยากได้ยินคำตอบนี้มาตลอด”

---

คืนนั้น

ทั้งคู่ไม่ได้เลิกกัน

แต่ก็ไม่ได้สัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

พวกเขาต่างกลับไปคิด

ว่าความสัมพันธ์นี้กำลังเดินต่อเพราะความรักจริง ๆ

หรือเพราะต่างคนต่างกลัวว่า

หลังจากสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว

ถ้ายังเสียกันและกันอีก

มันจะเหลืออะไร

และเป็นครั้งแรกที่ภาคินเริ่มเข้าใจว่า

บางครั้ง...

**การได้คนที่เราต้องการมา**

ไม่ได้แปลว่า

**เราจะได้ชีวิตที่เราต้องการมาด้วย**

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)