ตอนที่ 4
คำโกหกครั้งแรก
ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 4,549 ตัวอักษร
ภาคินมองใบเสร็จในมือของแพร
เพียงกระดาษแผ่นเดียว
แต่กลับทำให้ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ
“ร้านนี้...”
แพรพูดช้า ๆ
“อยู่แถวบริษัทพี่ใช่ไหม?”
ภาคินพยักหน้า
“ครับ”
“แล้วพี่ไปกับใคร?”
คำถามเดิม
แต่ครั้งนี้น้ำเสียงของแพรไม่ได้มีความสงสัยอย่างเดียว
มันมีความกลัวปนอยู่ด้วย
ภาคินรู้ดีว่า ถ้าเขาพูดความจริงในตอนนี้ ทุกอย่างอาจจบลงทันที
แต่ถ้าโกหก...
เขาก็รู้ว่าตัวเองกำลังเลือกอีกทางหนึ่ง
“ไปกับคนในทีมครับ”
แพรมองหน้าเขา
“ใคร?”
“หลายคน”
“มีมินตราด้วยไหม?”
หัวใจของภาคินกระตุก
เขาไม่คิดว่าแพรจะรู้ชื่อ
“ทำไมถึงถามถึงมินตรา?”
แพรวางใบเสร็จลงบนโต๊ะ
“เพราะช่วงนี้พี่พูดถึงเขาบ่อย”
ภาคินเงียบ
“เมื่อวานก็พูดถึงงานของเขา วันนี้ก็พูดถึงเขาอีก”
“แพรคิดมากไปแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของแพรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พี่กำลังบอกว่าแพรคิดมาก?”
“พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“แล้วหมายความว่าอะไร?”
ภาคินถอนหายใจ
“มันไม่มีอะไรจริง ๆ”
แพรจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“โอเค”
คำว่าโอเคของเธอฟังดูเบากว่าที่ควรจะเป็น
แต่ภาคินกลับรู้สึกโล่ง
เขาคิดว่าตัวเองผ่านคำถามนั้นมาแล้ว
โดยไม่รู้เลยว่า...
ความไว้ใจของแพรเพิ่งเสียไปอีกหนึ่งส่วน
---
เช้าวันต่อมา
บรรยากาศในออฟฟิศยังเหมือนเดิม
เสียงคีย์บอร์ด
เสียงโทรศัพท์
เสียงคนคุยกันเรื่องงาน
ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
มินตราเดินเข้ามาหาภาคินพร้อมเอกสาร
“พี่คะ รายงานที่แก้แล้วค่ะ”
“วางไว้เลยครับ”
มินตรามองเขา
“พี่โอเคไหมคะ?”
“โอเค”
“เมื่อคืนแพร...”
ภาคินเงยหน้าทันที
“อย่าพูดเรื่องนี้ที่นี่”
มินตราเงียบ
“ค่ะ”
เธอวางเอกสารแล้วเดินกลับไป
ภาคินมองตาม
เขาอยากบอกให้เธอหยุด
อยากบอกว่าเรื่องเมื่อคืนทำให้เขากลัว
แต่กลับทำไม่ได้
เพราะทันทีที่มินตราเดินออกไป เขาก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถึงเธออีกแล้ว
---
ช่วงบ่ายมีประชุมเรื่องโปรเจกต์ใหม่
ทีมงานเสนอแผนงานทีละคน
เมื่อถึงคิวของมินตรา เธอนำเสนอข้อมูลอย่างมั่นใจ
แต่มีตัวเลขส่วนหนึ่งผิด
ผู้จัดการอีกคนถามขึ้น
“ตัวเลขนี้ตรวจสอบแล้วหรือยัง?”
มินตรานิ่งไป
“หนู...ขอเช็กอีกครั้งค่ะ”
“ต้องแก้ก่อนส่งนะครับ เรื่องนี้สำคัญ”
มินตราพยักหน้า
หลังประชุม ภาคินเรียกเธอไว้
“เอาข้อมูลมาให้พี่ดู”
“ค่ะ”
เขานั่งตรวจตัวเลขให้เธอทีละจุด
“ตรงนี้สูตรผิด”
“อ๋อ...จริงด้วยค่ะ”
“ไม่เป็นไร แก้แล้วส่งใหม่”
มินตรายิ้ม
“ขอบคุณค่ะ”
ภาคินพยักหน้า
“ครั้งหน้าเช็กให้ละเอียดกว่านี้”
“ค่ะ”
ทุกอย่างดูเหมือนเรื่องงานธรรมดา
แต่เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับมองทั้งสองคนสลับกัน
ก่อนหันไปกระซิบกับเพื่อน
“หัวหน้าดูใส่ใจมินตราเป็นพิเศษนะ”
อีกคนหัวเราะเบา ๆ
“อย่าพูดดัง เดี๋ยวงานเข้า”
คำพูดนั้นเหมือนเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น
แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา มันกลับเดินทางไปถึงคนที่ไม่ควรได้ยิน
---
เย็นวันนั้น ภาคินถูกเรียกเข้าห้องผู้จัดการฝ่าย
“นั่งก่อน”
ภาคินนั่งลง
ผู้จัดการเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า
“ช่วงนี้มีคนแจ้งเรื่องการทำงานของคุณ”
“เรื่องอะไรครับ?”
“เรื่องการจัดสรรงาน”
ภาคินขมวดคิ้ว
“ผมทำตามระบบปกติครับ”
“ผมไม่ได้บอกว่าคุณทำผิด”
ผู้จัดการหยุดเล็กน้อย
“แต่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า คุณให้มินตรารับผิดชอบงานสำคัญหลายงาน และช่วยแก้ปัญหาให้เธอมากกว่าคนอื่น”
ภาคินนิ่ง
“เธอเป็นลูกทีมที่ผมดูแลครับ”
“ผมเข้าใจ”
ผู้จัดการปิดแฟ้ม
“แต่หัวหน้าต้องระวังเรื่องความสัมพันธ์กับลูกน้อง โดยเฉพาะถ้ามันอาจกระทบต่อการตัดสินใจเรื่องงาน”
ภาคินพยายามรักษาสีหน้า
“ผมยืนยันว่าเรื่องงานไม่มีอะไรครับ”
ผู้จัดการมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมหวังว่าจะเป็นแบบนั้น”
ภาคินลุกขึ้น
ก่อนออกจากห้อง ผู้จัดการพูดขึ้นอีกครั้ง
“ภาคิน”
เขาหันกลับมา
“อย่าปล่อยให้เรื่องส่วนตัวกลายเป็นปัญหาของทีม”
คำพูดนั้นติดอยู่ในหัวของเขาตลอดทางกลับโต๊ะ
---
คืนนั้น มินตราส่งข้อความมา
> วันนี้พี่โดนเรียกคุยเรื่องอะไรคะ?
ภาคินพิมพ์ตอบ
> เรื่องงาน
> เกี่ยวกับหนูหรือเปล่า?
เขาไม่ตอบทันที
> มีคนสงสัยว่า พี่ช่วยหนูมากเกินไป
มินตราเงียบไปพักหนึ่ง
> แล้วพี่ตอบว่าอะไร?
> พี่บอกว่าไม่มีอะไร
ข้อความนั้นทำให้มินตราไม่สบายใจ
> พี่...
> เรากำลังทำให้เรื่องมันแย่ลงหรือเปล่า?
ภาคินอ่านแล้วไม่รู้จะตอบอย่างไร
เพราะคำตอบคือ **ใช่**
แต่เขาก็ยังไม่พร้อมยอมรับมัน
---
วันรุ่งขึ้น มินตราหายไปจากโต๊ะทำงานเกือบทั้งเช้า
ภาคินถามเพื่อนร่วมทีม
“มินตราไปไหน?”
“ไปฝ่ายบุคคลครับ”
ภาคินชะงัก
“ไปทำอะไร?”
“ไม่รู้ครับ เห็นเรียกไปตั้งแต่เช้า”
หัวใจของภาคินเต้นแรงขึ้นทันที
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ส่งข้อความหาเธอ
> เป็นอะไรหรือเปล่า?
ไม่มีคำตอบ
สิบห้านาทีผ่านไป
สามสิบนาที
หนึ่งชั่วโมง
จนกระทั่งเกือบเที่ยง มินตราจึงกลับมาที่โต๊ะ
ใบหน้าของเธอไม่ได้ดูร้องไห้
แต่ดูเหมือนคนที่เพิ่งตัดสินใจบางอย่าง
ภาคินเดินเข้าไปหา
“ฝ่ายบุคคลเรียกไปทำไม?”
มินตรามองเขา
“เขาถามเรื่องงานค่ะ”
“แล้ว?”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง
“หนูคิดว่า...หนูควรย้ายทีม”
ภาคินนิ่ง
“ทำไม?”
“เพราะถ้าหนูอยู่ตรงนี้ต่อ ทุกคนก็จะมองว่าพี่ช่วยหนูเพราะเรื่องอื่น”
“มันไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนั้น”
“แต่พี่รู้ว่ามันจริง”
ภาคินพูดไม่ออก
มินตรามองเขา
“พี่ภาคิน”
“ครับ?”
“พี่กำลังปกป้องหนูอยู่จริง ๆ หรือพี่กำลังปกป้องตัวเองจากความจริงกันแน่?”
คำถามนั้นแทงเข้าไปตรง ๆ
ภาคินยังไม่ทันตอบ
โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เป็นเบอร์จากฝ่ายบุคคล
“สวัสดีครับ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพูดว่า
“คุณภาคินครับ เราขอให้คุณเข้ามาพบอีกครั้งตอนบ่ายนี้”
“มีอะไรหรือครับ?”
เสียงปลายสายตอบสั้น ๆ
“เราพบข้อมูลบางอย่างจากระบบแชตของบริษัทครับ”
ภาคินหน้าชา
มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มเย็นลง
เขาหันไปมองมินตรา
เธอมองเขาอยู่
และดูเหมือนจะเข้าใจทันทีว่า...
**ความลับที่พวกเขาพยายามเก็บไว้ อาจไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว**
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel