ตอนที่ 6

วันที่ความลับถูกเปิด

ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 4,598 ตัวอักษร

เช้าวันนั้น ภาคินมาถึงบริษัทเร็วกว่าปกติ

เขานั่งอยู่หน้าห้องประชุมฝ่ายบุคคลเพียงลำพัง

โทรศัพท์วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ

แต่ทุกครั้งที่หน้าจอสว่าง เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง

ไม่มีข้อความจากมินตรา

ไม่มีข้อความจากแพร

มีเพียงอีเมลจากฝ่ายบุคคลที่เขาเปิดอ่านซ้ำเป็นครั้งที่สาม

**ขอให้เข้าร่วมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้างานและผู้ใต้บังคับบัญชา**

ประตูเปิดออก

“คุณภาคิน เชิญครับ”

เขาลุกขึ้น

ครั้งนี้ไม่มีหัวหน้าของเขานั่งอยู่ด้วย

มีเพียงฝ่ายบุคคลสองคน และผู้จัดการอีกหนึ่งคน

บนโต๊ะมีเอกสารหลายชุด

หนึ่งในนั้นคือบันทึกการสนทนาในระบบแชตของบริษัท

“เราจะถามเป็นข้อ ๆ นะครับ”

ภาคินพยักหน้า

“คุณกับคุณมินตรามีความสัมพันธ์ส่วนตัวนอกเหนือจากการทำงานหรือไม่?”

เขานิ่ง

คำถามนี้ไม่มีพื้นที่ให้หลบอีกแล้ว

“ครับ”

คำตอบสั้น ๆ หลุดออกจากปาก

ห้องทั้งห้องเงียบ

“ความสัมพันธ์เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ผมจำไม่ได้แน่ชัดครับ”

“มีการพบกันนอกเวลางานหรือไม่?”

“มีครับ”

“มีการใช้ตำแหน่งของคุณช่วยเหลือหรือให้สิทธิพิเศษแก่เธอหรือไม่?”

ภาคินรีบตอบ

“ผมไม่เคยตั้งใจทำแบบนั้น”

เจ้าหน้าที่จดบางอย่างลงบนกระดาษ

“เราไม่ได้ถามว่าตั้งใจหรือไม่ครับ เราถามว่าเคยเกิดขึ้นหรือไม่”

ภาคินนิ่งไป

ภาพหลายเหตุการณ์ย้อนกลับมา

งานที่เขาเคยรับไปตรวจเอง

ประชุมบางครั้งที่เขาเลือกให้มินตรานำเสนอ

งานบางชิ้นที่เขาเคยช่วยแก้ให้เร็วกว่าคนอื่น

ตอนนั้นเขาเรียกมันว่า

**ช่วยลูกทีม**

แต่วันนี้เขาเริ่มมองเห็นอีกแบบ

“มีบางครั้งครับ”

เขาตอบในที่สุด

“ผมอาจให้ความช่วยเหลือเธอมากกว่าคนอื่น”

ไม่มีข้อแก้ตัวอีกแล้ว

---

เวลาเกือบเที่ยง

มินตราถูกเรียกเข้าห้องสอบข้อเท็จจริงต่อ

เธอนั่งตรงเก้าอี้ตัวเดิม

แต่สีหน้าต่างจากภาคินอย่างชัดเจน

“คุณยืนยันความสัมพันธ์กับคุณภาคินหรือไม่?”

มินตรามองเอกสารตรงหน้า

“ยืนยันค่ะ”

“คุณทราบหรือไม่ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว?”

เธอเงียบไปพักหนึ่ง

“ทราบค่ะ”

“แล้วทำไมถึงยังสานต่อความสัมพันธ์?”

คำถามนั้นทำให้เธอกำมือแน่น

“ตอนแรกหนูคิดว่า...มันเป็นแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้น”

“แล้วตอนหลัง?”

มินตราหายใจเข้าลึก ๆ

“ตอนหลังหนูรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความรู้สึกแล้วค่ะ”

เธอก้มหน้า

“มันเป็นการตัดสินใจของหนูด้วย”

เจ้าหน้าที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

เพราะบางครั้งการยอมรับผิด

ก็ไม่ต้องการคำอธิบายมากกว่านั้น

---

ตอนบ่าย ข่าวเริ่มแพร่ไปทั่วทีม

ไม่มีใครพูดตรง ๆ

แต่ทุกคนรู้

สายตาที่มองภาคินเปลี่ยนไป

บางคนเงียบลง

บางคนไม่กล้าคุยกับเขาเรื่องส่วนตัว

และเมื่อมินตราเดินผ่านโต๊ะทำงาน

บทสนทนาที่เคยดังอยู่ก็เงียบลงทันที

เธอรับรู้ทุกอย่าง

แต่ไม่พูดอะไร

บนโต๊ะของเธอมีเอกสารหนึ่งฉบับ

**คำสั่งย้ายทีมชั่วคราว**

เธอมองมันอยู่นาน

ก่อนเก็บของบางส่วนลงกล่อง

---

เย็นวันนั้น ภาคินได้รับโทรศัพท์จากแพร

“พี่อยู่ไหน?”

เสียงของเธอเรียบผิดปกติ

“ยังอยู่บริษัท”

“เราเจอกันได้ไหม?”

“ได้”

“ที่เดิมนะ”

ภาคินรู้ทันทีว่าเธอหมายถึงที่ไหน

ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ทั้งคู่เคยไปด้วยกันบ่อยครั้ง

ตอนที่ยังไม่มีเรื่องอะไรต้องปิดบัง

---

แพรมาถึงก่อน

เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง

เมื่อภาคินเดินเข้าไป เธอไม่ได้ยิ้มเหมือนทุกครั้ง

บนโต๊ะมีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งวางอยู่

“นี่อะไร?”

ภาคินนั่งลง

แพรเลื่อนโทรศัพท์มาทางเขา

หน้าจอเป็นภาพข้อความบางส่วน

เธอไม่ได้แฮ็กอะไร

ไม่ได้ตามหาอะไร

เธอเพียงได้รับข้อมูลบางอย่างจากคนรู้จักในบริษัท

และมันมากพอที่จะทำให้เธอไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก

“แพร...”

“ไม่ต้องโกหกแล้วนะ”

ภาคินเงียบ

“ครั้งนี้แพรขออย่างเดียว”

เธอมองหน้าเขาตรง ๆ

“พูดความจริงทั้งหมด”

ภาคินก้มหน้า

“พี่ขอโทษ”

แพรส่ายหน้า

“แพรไม่ได้ถามว่าพี่ขอโทษไหม”

น้ำเสียงของเธอสั่น

“แพรถามว่า...มันเกิดอะไรขึ้น”

ภาคินเล่าทุกอย่าง

ตั้งแต่ข้อความเรื่องงาน

บทสนทนาที่เกินขอบเขต

มื้อเย็น

คำพูดที่ไม่ควรพูด

และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ขยับจากคำว่าเพื่อนร่วมงาน

ไปไกลกว่านั้น

เขาไม่ได้พยายามทำให้ตัวเองดูดี

ไม่ได้โยนความผิดให้มินตรา

เมื่อเล่าจบ เขานั่งนิ่ง

แพรใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะพูดออกมา

“ทำไม?”

คำถามเดียว

แต่เขากลับตอบไม่ได้ทันที

“พี่ไม่รู้”

“ไม่รู้จริง ๆ หรือไม่อยากยอมรับ?”

ภาคินเงียบ

แพรน้ำตาคลอ

“พี่รู้ไหมว่าที่เจ็บที่สุดไม่ใช่การที่พี่ชอบคนอื่น”

เธอสูดหายใจ

“แต่คือทุกครั้งที่แพรถาม พี่เลือกโกหก”

ภาคินก้มหน้า

“พี่ขอโทษ”

“แล้วพี่จะเลือกอะไร?”

เขาเงยหน้าขึ้น

แพรมองเขานิ่ง

“กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม แล้วแอบคิดถึงเขา?”

“หรือจะไปหาเขา แล้วทิ้งทุกอย่างที่เราสร้างมาด้วยกัน?”

ภาคินไม่มีคำตอบ

แพรหัวเราะทั้งน้ำตา

“เห็นไหม”

เธอพูดเบา ๆ

“สุดท้ายพี่ก็ยังเลือกไม่ได้”

---

หลังจากแพรเดินออกจากร้าน

ภาคินนั่งอยู่คนเดียว

โทรศัพท์สั่นขึ้น

เป็นข้อความจากมินตรา

> พี่คะ

เขามองหน้าจอ

> หนูย้ายทีมแล้วนะคะ

ข้อความต่อมาปรากฏขึ้น

> พรุ่งนี้หนูคงไม่ได้ทำงานใกล้ ๆ พี่แล้ว

ภาคินพิมพ์ตอบ

> พี่ขอโทษ

มินตราอ่าน

แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

ผ่านไปเกือบสิบนาที

ข้อความใหม่จึงปรากฏขึ้น

> หนูไม่ได้อยากให้พี่ขอโทษหนู

> แล้วอยากให้พี่ทำอะไร?

เงียบไปพักใหญ่

ก่อนข้อความสุดท้ายจะปรากฏขึ้น

> **พี่กลับไปบอกแพรให้หมดทุกอย่างเถอะค่ะ**

ภาคินชะงัก

เขาอ่านประโยคนั้นซ้ำ

มินตราส่งอีกข้อความ

> ถ้าเราจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เราทำ อย่างน้อยคนที่ถูกทำร้ายที่สุดไม่ควรเป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้

ภาคินวางโทรศัพท์ลง

เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าใจว่า

การสารภาพความจริงไม่ได้ทำให้ความผิดหายไป

มันเพียงทำให้คนที่ถูกทำร้าย...

มีสิทธิ์ตัดสินใจบนความจริงเสียที

และในคืนเดียวกันนั้น

โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

**ฝ่ายบุคคล**

มีข้อความใหม่เพียงบรรทัดเดียว

> **บริษัทมีข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว กรุณาเข้าพบพรุ่งนี้เวลา 09.00 น.**

ภาคินมองหน้าจออยู่นาน

ครั้งนี้เขารู้แล้วว่า

พรุ่งนี้...

อาจไม่ใช่แค่เรื่องของความรักอีกต่อไป

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)