ตอนที่ 10
ก่อนจะกดส่ง
ชาลี · 29 ก.ย. 69 · 4,179 ตัวอักษร
หนึ่งปีหลังจากวันที่ทุกอย่างพังลง
เช้าวันจันทร์ยังคงเหมือนเดิม
ผู้คนเดินเข้าบริษัทพร้อมกาแฟในมือ
เสียงลิฟต์เปิดปิด
เสียงคีย์บอร์ดดังจากโต๊ะทำงาน
ชีวิตของคนหลายร้อยคนยังเดินต่อไป
เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
แต่สำหรับภาคิน
หนึ่งปีนั้นเปลี่ยนเขาไปมาก
เขายังทำงานอยู่ที่เดิม
แต่ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมเดิมอีกแล้ว
เขาขอย้ายไปดูแลงานอีกฝ่ายหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะถูกลงโทษ
แต่เพราะเขาต้องการเริ่มต้นใหม่
โดยไม่ต้องใช้ตำแหน่งเดิมเป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่เคยทำ
บนโต๊ะทำงานของเขาไม่มีรูปคู่
ไม่มีของที่ระลึกจากความสัมพันธ์เก่า
มีเพียงโน้ตเล็ก ๆ แผ่นหนึ่ง
เขียนด้วยลายมือของตัวเองว่า
**“ก่อนจะกดส่ง คิดถึงคนที่จะต้องรับข้อความนั้นด้วย”**
---
ช่วงสาย
ภาคินเดินผ่านโถงบริษัท
เขาเห็นมินตราอยู่ไกล ๆ
เธอกำลังคุยกับเพื่อนร่วมทีม
หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ
ดูมีความสุข
มินตราเองก็เห็นเขา
ทั้งคู่สบตากัน
เธอยิ้ม
เขายิ้มตอบ
ไม่มีใครเดินเข้าไปหา
ไม่มีใครเรียกชื่ออีกฝ่าย
แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความเจ็บปวดเหมือนในอดีต
มันเป็นเพียงรอยยิ้มของคนสองคน
ที่เคยผ่านเรื่องราวบางอย่างมาด้วยกัน
และเลือกที่จะปล่อยมันไว้ในอดีต
---
ตอนพักกลางวัน
ภาคินนั่งกินข้าวคนเดียว
โทรศัพท์อยู่ข้างจาน
เขาเปิดแอปแชต
เลื่อนผ่านรายชื่อไปเรื่อย ๆ
ชื่อของมินตรายังอยู่
แต่ไม่มีข้อความใหม่มานานหลายเดือน
เขาเปิดห้องแชต
อ่านข้อความเก่าเป็นครั้งสุดท้าย
ข้อความแรก ๆ เป็นเรื่องงาน
แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเรื่องส่วนตัว
จากคำว่า
“ขอบคุณค่ะพี่”
กลายเป็น
“พี่ถึงบ้านหรือยัง?”
แล้วกลายเป็นคำพูดที่ไม่ควรเกิดขึ้น
เขาเลื่อนลงมาถึงข้อความหนึ่ง
ข้อความที่เคยเปลี่ยนชีวิตของคนหลายคน
นิ้วของเขาหยุดอยู่บนหน้าจอ
ภาคินหลับตา
ก่อนจะกดปิดหน้าต่างแชต
แล้วลบการสนทนาออกจากโทรศัพท์
ไม่ใช่เพราะต้องการลืม
แต่เพราะไม่จำเป็นต้องเก็บมันไว้เพื่อย้ำเตือนตัวเองอีกแล้ว
เขาจำบทเรียนได้แล้ว
---
ในช่วงบ่าย
มินตราได้รับข้อความจากเพื่อนร่วมงาน
> เย็นนี้ไปกินข้าวกันไหม?
เธอยิ้ม
ตอบกลับไป
> ได้ค่ะ
จากนั้นเธอวางโทรศัพท์ลง
ชีวิตของเธอไม่ได้จบลงเพราะเรื่องที่ผ่านมา
เธอยังมีงาน
มีเพื่อน
มีครอบครัว
มีอนาคต
และมีตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่เธอเคยเสียไป
คือความเชื่อมั่นในตัวเอง
แต่เธอค่อย ๆ สร้างมันกลับมา
ไม่ใช่ด้วยการพิสูจน์ว่าเธอเลือกผู้ชายถูกคน
แต่ด้วยการพิสูจน์ว่า
เธอสามารถเลือกชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้นกว่าเดิม
---
เย็นวันนั้น
ภาคินเดินออกจากบริษัท
ฝนกำลังตก
เขายืนอยู่ใต้ชายคา
รอให้ฝนเบาลง
โทรศัพท์สั่นขึ้น
เขาหยิบขึ้นมาดู
ไม่ใช่มินตรา
ไม่ใช่แพร
เป็นข้อความจากหัวหน้าคนใหม่
> พรุ่งนี้ช่วยดูงานให้ทีมใหม่ด้วยนะ
ภาคินยิ้ม
> ได้ครับ
เขากดส่ง
แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
ก่อนเดินออกไปท่ามกลางสายฝน
---
คืนนั้น
ภาคินกลับถึงห้อง
เขาเปิดไฟ
วางกุญแจลงบนโต๊ะ
ชีวิตเงียบ
แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน
เมื่อก่อนความเงียบทำให้เขากลัว
เพราะมันทำให้เขานึกถึงคนที่จากไป
วันนี้ความเงียบกลับทำให้เขามีเวลาคิด
เขานั่งลงบนเก้าอี้
มองโทรศัพท์บนโต๊ะ
แล้วนึกถึงคำถามที่ตัวเองเคยถามหลายครั้ง
**ถ้าย้อนกลับไปได้ จะเลือกอะไร?**
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าคำตอบคือ
“เลือกคนที่ตัวเองรัก”
แต่วันนี้เขารู้แล้วว่า
มันไม่ง่ายแบบนั้น
เพราะก่อนจะเลือกใคร
เราต้องเลือกก่อนว่า
**เราจะเป็นคนแบบไหน**
คนที่ซ่อนความจริงเพื่อรักษาความสุขของตัวเอง
หรือคนที่ยอมรับความจริง แม้มันจะทำให้ตัวเองต้องสูญเสีย
ภาคินไม่สามารถย้อนกลับไปแก้สิ่งที่ทำลงไปได้
เขาไม่สามารถคืนเวลาที่แพรเคยเสียไป
ไม่สามารถลบความรู้สึกผิดของมินตรา
และไม่สามารถทำให้ทุกคนลืมเรื่องราวที่ผ่านมา
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาทำได้
คือไม่ทำมันซ้ำอีก
---
เช้าวันต่อมา
ภาคินเดินเข้าบริษัท
มินตราเดินสวนมา
“สวัสดีค่ะพี่ภาคิน”
“สวัสดีครับ”
เธอเดินผ่านไป
เขาเดินต่อ
ไม่มีใครหันกลับไป
และบางที...
นั่นอาจเป็นตอนจบที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องของพวกเขา
ไม่ใช่การกลับมารักกัน
ไม่ใช่การให้อภัยทุกอย่าง
ไม่ใช่การลืมสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่เป็นการที่คนสองคน
สามารถเดินผ่านกันได้
โดยไม่ต้องทำร้ายใครอีก
---
ก่อนเริ่มงาน
ภาคินเปิดโทรศัพท์
เขาเห็นข้อความใหม่จากลูกทีมคนหนึ่ง
> พี่ครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน
เขากำลังจะพิมพ์ตอบ
นิ้วหยุดอยู่บนแป้นพิมพ์
เขานึกถึงอดีต
ก่อนจะพิมพ์อย่างระมัดระวัง
> ได้ครับ เล่าให้พี่ฟังได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคนในทีม เราควรระวังเรื่องขอบเขตและผลกระทบต่อการทำงานด้วยนะครับ
เขาอ่านอีกครั้ง
ก่อนกดส่ง
**ครั้งนี้เขาคิดก่อนส่ง**
หน้าจอขึ้นคำว่า
**ส่งแล้ว**
ภาคินวางโทรศัพท์ลง
มองออกไปนอกหน้าต่าง
แล้วเริ่มทำงานต่อ
เรื่องราวบางเรื่องไม่มีทางแก้ไขอดีตได้
แต่ทุกคนยังมีสิทธิ์เลือกว่าจะทำอย่างไรกับวันพรุ่งนี้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
**สิ่งที่ทำร้ายความสัมพันธ์อาจไม่ใช่การตกหลุมรัก**
แต่คือการเลือกโกหก
เลือกปิดบัง
และเลือกความสุขของตัวเอง
โดยปล่อยให้คนอื่นเป็นคนรับผลของการตัดสินใจ
ความรักไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการทำร้ายใคร
และการมีความรู้สึกกับใครสักคน
ไม่ใช่ความผิด
แต่สิ่งที่เราเลือกทำต่อจากความรู้สึกนั้นต่างหาก
คือสิ่งที่บอกว่า
**เราเป็นคนแบบไหน**
ภาคินกดเปิดไฟล์งาน
หน้าจอสว่างขึ้น
ชีวิตบทใหม่เริ่มต้น
โดยไม่มีใครต้องเป็นความลับของใครอีก
**จบบริบูรณ์**
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel