ตอนที่ 3
การเดิมพัน
ลมเหนือ · 13 พ.ค. 69 · 3,310 ตัวอักษร
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” ไป๋เสวี่ยเอ่ยขึ้น
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก
เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก เยี่ยนหลงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไป๋เสวี่ยแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
เยี่ยนหลงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” ไป๋เสวี่ยเอ่ยขึ้น
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี
“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เยี่ยนหลงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
เยี่ยนหลงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เยี่ยนหลงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก
ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เยี่ยนหลงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา
เยี่ยนหลงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไป๋เสวี่ยแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น
ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel