ตอนที่ 2
ตลาดกลางคืน
ลมเหนือ · 6 พ.ค. 69 · 3,565 ตัวอักษร
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก เยี่ยนหลงก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น
ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ เยี่ยนหลงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา เยี่ยนหลงก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” ไป๋เสวี่ยเอ่ยขึ้น
ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น
เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น
ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” ไป๋เสวี่ยเอ่ยขึ้น
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไป๋เสวี่ยแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี
เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก
บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel