ตอนที่ 1

จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

ลมเหนือ · 29 เม.ย. 69 · 3,708 ตัวอักษร

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น เยี่ยนหลงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” ไป๋เสวี่ยเอ่ยขึ้น

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก เยี่ยนหลงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน

ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก

“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น

ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ

เยี่ยนหลงก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ เยี่ยนหลงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

“ถ้าไม่ลองเสี่ยงสักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าทำได้” เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้น

ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไป๋เสวี่ยแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไป๋เสวี่ยหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

“ไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” ไป๋เสวี่ยเอ่ยขึ้น

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ

ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย เยี่ยนหลงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น

ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ไป๋เสวี่ยยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า

เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ไป๋เสวี่ยวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)