ตอนที่ 9
ตลาดกลางคืน
ทรายแก้ว · 11 ก.ย. 69 · 3,282 ตัวอักษร
ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ไอ้หนุ่มยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” ป้าจิตเอ่ยขึ้น
ป้าจิตหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ป้าจิตกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ป้าจิตก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ
ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ไอ้หนุ่มหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ ป้าจิตหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี
“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น
ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ป้าจิตกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ
เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่
ป้าจิตหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ
“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” ป้าจิตเอ่ยขึ้น
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา
“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” ป้าจิตเอ่ยขึ้น
กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ไอ้หนุ่มยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ
เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ไอ้หนุ่มยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น
เนื้อหานี้สงวนลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้พิมพ์หรือคัดลอก · DuckNovel