ตำนานร้านข้าวแกงหน้าวัด

ตอนที่ 10 · การเดิมพัน

ตอนที่ 10

การเดิมพัน

ทรายแก้ว · 23 ก.ย. 69 · 3,587 ตัวอักษร

ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นมาปะปนกับกลิ่นธูปจากศาลเจ้า ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น

ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ป้าจิตก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ

ไอ้หนุ่มยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ ป้าจิตกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา ป้าจิตหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” ป้าจิตเอ่ยขึ้น

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ไอ้หนุ่มยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

“บางเรื่อง ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

ป้าจิตก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ

ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก ป้าจิตหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา ป้าจิตหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี

เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ไอ้หนุ่มหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ป้าจิตก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ป้าจิตกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น ไอ้หนุ่มแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น

เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ป้าจิตหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

“ข้าไม่ได้มาเพื่อขออนุญาต ข้ามาเพื่อบอกให้รู้” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น

ไอ้หนุ่มหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ” ไอ้หนุ่มเอ่ยขึ้น

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ป้าจิตก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ไอ้หนุ่มยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ไอ้หนุ่มวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)