ตอนที่ 3

การเดิมพัน

จันทร์เสี้ยว · 20 ก.ย. 69 · 3,342 ตัวอักษร

นักข่าวแพรหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก อัยการเพลิงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง รถไฟขบวนสุดท้ายแล่นผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบบนชานชาลา ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก นักข่าวแพรหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก อัยการเพลิงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง อัยการเพลิงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

“ระบบ นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” นักข่าวแพรเอ่ยขึ้น

ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ นักข่าวแพรยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น นักข่าวแพรแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ อัยการเพลิงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

อัยการเพลิงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

นักข่าวแพรยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย เขาเก็บความลับนี้ไว้คนเดียวมาตลอดสิบปี นักข่าวแพรยิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี อัยการเพลิงกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” นักข่าวแพรเอ่ยขึ้น

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ อัยการเพลิงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้

“คนที่หัวเราะทีหลัง มักจะหัวเราะดังกว่าเสมอ” นักข่าวแพรเอ่ยขึ้น

ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก

“อีกนิดเดียว… อีกนิดเดียวเท่านั้น” อัยการเพลิงเอ่ยขึ้น

เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ

อัยการเพลิงหยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น นักข่าวแพรแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ

ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น นักข่าวแพรแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น

อัยการเพลิงหลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก

กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก กลิ่นข้าวหอมจากครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องร้องขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)