ตอนที่ 2

คำสัญญาใต้ต้นเหมย

จันทร์เสี้ยว · 15 ส.ค. 69 · 3,204 ตัวอักษร

อรุณีวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ สารวัตรกานต์ก้าวเข้าไปในห้องโถง ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด

“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง อย่าเพิ่งปฏิเสธ” สารวัตรกานต์เอ่ยขึ้น

เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก สารวัตรกานต์กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา

“ขอบคุณนะ ที่ยังอยู่ตรงนี้” สารวัตรกานต์เอ่ยขึ้น

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก สารวัตรกานต์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในมาหลายร้อยปี

ความทรงจำในชาติก่อนไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น อรุณีแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก อรุณียิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

สารวัตรกานต์กำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เก็บไว้นานเริ่มปะทุขึ้นมา อรุณียิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ถนนสายเล็กคึกคักกว่าที่คิด ร้านค้าเรียงรายไปจนสุดสายตา

เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เธอรู้ดีว่าถ้าตัดสินใจผิดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ อรุณีวางถ้วยชาลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตรงๆ

ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น อรุณีแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

“ถ้าไม่ลองเสี่ยงสักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าทำได้” สารวัตรกานต์เอ่ยขึ้น

ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ สารวัตรกานต์หยุดเดินกะทันหัน สายตาจับจ้องไปยังเงาที่ขยับอยู่ปลายทางเดิน

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก

ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าตำหนัก ใบไม้สีทองร่วงลงมาเงียบๆ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด

หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมข้อความที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ทอดเงายาวลงบนพื้น

ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เขาไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือการตายไปโดยยังไม่ได้ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก ในเมืองนี้ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสียอีก ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้น อรุณีแอบออกไปจากเรือนตั้งแต่เมื่อไหร่

ทุกอย่างเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบกลั้นหายใจรอ เสียงหัวเราะดังมาจากลานกว้าง เด็กๆ วิ่งไล่กันไม่สนใจสิ่งใด บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ

อรุณียิ้มบางๆ แต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ตัวเลขในบัญชีพุ่งขึ้นจนเขาต้องขยี้ตาดูซ้ำอีกรอบ

บันทึกเล่มเก่าถูกเปิดออก หน้ากระดาษเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับจางๆ พลังที่ไหลเวียนในร่างกายอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนปลายนิ้วเริ่มสั่น สารวัตรกานต์หลับตาลง ปล่อยให้ลมหายใจช้าลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

ตัวอักษรบนหน้าจอกะพริบช้าๆ ราวกับกำลังรอคำตอบ เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก เสียงระฆังจากหอสูงดังขึ้นสามครั้ง บอกเวลาที่ทุกคนต้องกลับเข้าที่พัก

แจ้งปัญหาตอนนี้

ความคิดเห็นตอนนี้ (0)